กำหนดการสอบปลายภาคเรียนที่ 2/2563 วันที่ 3 - 4 เมษายน 2564


วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

พิธีเปิด กศน.ตำบลหนองญาติ 15 กันยายน 2553

..กศน.ตำบลหนองญาติ ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2553 โดยมี นายอุทัย โคตรสา นายกเทศมนตรีตำบลหนองญาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมด้วย คณะผู้บริหารของเทศบาล ข้าราชการ หน่วยราชการในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนและนักศึกษา กศน. ร่วมงานในครั้งนี้...
...ภาพบรรยากาศ...











วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เตรียมพร้อม นำเสนองานวิจัยในชั้นเรียน

>>สืบเนื่องจาก สำนักงาน กศน.จังหวัดนครพนม จะจัดงาน มหกรรม กศน.ปี 2553 ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย รวมทั้งกิจกรรมทางวิชาการต่างๆ และหนึ่งในนั้นก็เป็นงานวิจัยในชั้นเรียน ของเครือข่ายนักวิจัยนครพนม ซึ่งวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนนำเสนอจริง ในช่วงระหว่างวันที่ 31 ส.ค. - 3 ก.ย. 53






วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

งาน มหกรรม กศน.

>>ขอเชิญชม งานมหกรรมตลาดนัดความรู้ กศน.วันที่ 2 - 3 กันยายน 2553 ช่วงตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 21.00 น. ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดนครพนม ถนนกลางเมือง (หลังวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม) ชมฟรี...กิจกรรมต่างๆหลากหลาย เช่น
- การจัดนิทรรศการการวิจัยในชั้นเรียน โครงงาน การผลิตดานอาชีพของนักศึกษา การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมเด่นของ กศน.ทั้ง 12 อำเภอ
- การจัดกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ดาราศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุบลราชธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ณ หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค และผลิตภัณฑ์อาชีพของนักศึกษา กศน.

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

๑๒ สิงหาคม "วันแม่แห่งชาติ"



โครงร่างการวิจัย เรื่อง การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือของนักศึกษา กศน. ระดับประถมศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ

ชื่อเรื่อง การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือของนักศึกษา กศน.ระดับประถมศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ
ชื่อผู้วิจัย นายปรีชา นาโพธิ์ตอง
ชื่อสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนครพนม
ความเป็นมาของการวิจัย
เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนการศึกษานอกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ พบว่ามีนักศึกษา จำนวน ๒ คน ขาดทักษะในการคัดลายมือที่ถูกต้อง เขียนหนังสือไม่สวย ไม่เป็นระเบียบ ลากเส้นไม่ตรง เขียนแล้วอ่านไม่ออก โย้หน้าบ้าง โย้หลังบ้าง ดังนั้นผู้สอนจึงคิดว่าการสร้างนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะในการคัดลายมือจะมีผลต่อการพัฒนาความสามารถของนักศึกษาในด้านการเขียนดียิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๑. เพื่อสร้างชุดฝึกการคัดลายมือของนักศึกษา กศน.ระดับประถมศึกษา หมวดวิชา ภาษาไทย
๒. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาก่อนและหลังใช้แบบฝึกคัดลายมือ หมวดวิชาภาษาไทย
4. ตัวแปรที่ศึกษา
......................................................................-.........................................................................................
................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

5. นิยามคำศัพท์เฉพาะ
5.1 นักศึกษา กศน. หมายถึง นักศึกษานอกโรงเรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการเรียนแบบพบกลุ่ม ระดับ ประถมศึกษา และลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 1/2553
5.2 แบบฝึก หมายถึง แบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือ วิชาภาไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วยเนื้อหา


6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
6.1 ได้ชุดแบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือ
6.2 ได้สื่อการเรียนการสอนสำหรับผู้ลืมหนังสือ
7. วิธีดำเนินการวิจัย / วิธีดำเนินการแก้ปัญหา
7.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
ประชากร คือ นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ ระดับประถมศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 1/2553 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม จำนวน 2 คน หมวดวิชาภาษาไทย
7.2 เครื่องมือที่ใช้
ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา
- ชุดแบบฝึกการคัดลายมือ
ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
7.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยใช้แบบฝึกการคัดลายมือ และแบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
เก็บรวบรวมข้อมูลจาก นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติระดับประถมศึกษา ที่มาพบกลุ่ม จำนวน 2 คน
7.4 สถิติที่ใช้และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- ค่าร้อยละ
- ค่าเฉลี่ย

8. แผนดำเนินการ
1. วางแผนและเขียนโครงร่าง พ.ค. 53
2. ปฏิบัติการตามแผน มิ.ย.53
3. เก็บข้อมูล ก.ค.53
4. วิเคราะห์ ส.ค. 53
5. สรุปผลและเขียนรายงาน ก.ย. 5 3

9. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย
นายปรีชา นาโพธิ์ตอง
กศน.ตำบลหนองญาติ
กศน.อำเภอเมืองนครพนม

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

40 วิธีการที่จะเป็นนักร้อง


1. อย่ากระทำการใดก็ก็ตามที่ทำให้รู้สึกระคายเคืองต่อเส้นเสียง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บคอ
2. เมื่อคุณต้องการหาที่เรียนร้องเพลง ลองสอบถามดูว่าอาจารย์ที่จะมาสอนคุณเป็นใคร มีความเกี่ยวข้องและความสามารถ ทางดนตรีและการร้องเพลงอย่างไร
3. ถ้าคุณมีเนื้อเสียงที่ฟังแล้วดูเพราะดี อาจไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นนักร้องได้
4. เมื่อคุณร้องเพลง แล้วรู้สึกว่า ทำไมนะ เนื้อเสียงของเราดูแปลกๆ ไม่หวานซึ้ง ไม่ใสปิ๊ง เหมือนใครๆ อย่าตกใจ จงภูมิใจในสิ่งที่ตนมี และพยายามทำให้สิ่งที่คุณมีนั้นดูมีค่าที่สุด ด้วยการร้องอย่างเป็นคุณเอง
5. สำหรับคนที่ต้องการร้องเพลงในสไตล์ป๊อป ไม่แปลกเลยถ้าคุณจะเรียนร้องเพลงในทาง classic ในทางตรงกันข้าม หากคุณฝึกร้องเพลงในทาง pop ได้ดี ก็เป็นพื้นฐานที่ดีในการนำคุณไปสู่การร้องเพลงในทาง classic
6. ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ นอกจากทำให้คุณเป็นมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ แล้ว มันยังทำลายเส้นเสียงของคุณอีกด้วย
7. ไม่ควรดื่มสุรา นอกจากทำให้คุณเป็นโรคตับแข็ง พิษสุราเรื้อรัง รวมไปถึงการที่คุณต้องเมาพับไม่เป็นท่าแล้ว การดื่มสุรา อาจทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณเส้นเสียงของคุณขยายมากจนเกินไป เมื่อใช้เสียงในช่วงเวลานั้น อาจทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นแตก และเกิดอาการเส้นเสียงอักเสบได้
8. ห้ามเด็ดขาดสำหรับการหันไปพึ่งยาเสพติด
9. ห้ามให้ใครทำอะไรกับเส้นเสียงของคุณเด็ดขาด แม้กระทั่งหมอ คุณก็ห้ามให้เค้าทำอะไรกับเส้นเสียงของคุณเด็ดขาด เพราะคุณอาจไม่มีเสียง หรืออาจร้องเพลงไม่ได้อีกเลย ถ้าเส้นเสียงของคุณเป็นอะไรไป หมอก็เป็นคน โอกาสผิดพลาดมีได้เสมอ แต่เรื่องเสียงไม่ควรให้ใครมาทดลอง หากพลาด นั่นคือหายนะของคุณเลยล่ะ
10. ห้ามตะโกนแหกปากเสียงดัง พวกนักร้องร็อค ไม่รู้ว่าคอทำด้วยอะไร ถึงสามารถทำได้ขนาดนั้น สำหรับปุถุชนธรรมดาทั่วไป ผมแนะนำว่า อย่าลอง!!
11. พยายามลืมไปได้เลยสำหรับเครื่องดื่มที่เย็นๆ คุณอาจชอบ (ผมก็ชอบ) เพราะเครื่องดื่มที่เย็นจัด ทำให้เส้นเสียงของคุณหดตัว การดื่มน้ำธรรมดา (น้ำไม่ร้อน-ไม่เย็น) ช่วยให้เส้นเสียงมีอุณหภูมิปกติ เหมาะแก่การใช้เสียงและร้องเพลง
12. อย่าพูดมาก....เดี๋ยวเส้นเสียงสึก
13. อย่าใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆมีฝุ่นละอองมากๆ
14. อย่าไอแรงๆ หรือขากเสมหะแรงๆ เพราะอาจทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ หากรู้สึกระคายคอจริงๆ ควรใช้วิธีกระแอมช่วยลดอาการระคายคอ
15. ถ้าอยากเป็นนักร้องนำ อย่าพยายามร้องในกลุ่มนักร้องประสานเสียงบ่อยๆ เพราะอาจทำให้ระบบการฟังของเราเสียไป เนื่องจากเราต้องฟังคนเสียงอื่นมากๆ ซึ่งร้องกันคนละแนวกับเรา โดยไม่ได้พัก
***หมายเหตุ : การร้องประสานเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่ชอบฝึกการร้องในแบบขั้นคู่ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยฝึกได้การฟัง (Ear Training) ไม่ควรร้องในวงประสานเสียงบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดอาการหูเพี้ยนได้
16. อย่าร้องเพลงทุกเพลงที่มีเสียงสูงหรือต่ำเกินขีดความสามารถของคุณ ควรเริ่มจากการฝึกเสียงที่คุณมีให้ดีก่อน แล้วหาครูแนะนำอย่างถูกต้อง
17. อย่าใช้เสียงอย่างหนักในการร้องเพลง เกินสัปดาห์ละ 3 ครั้ง พักเสียงบ้างเถอะ หากคุณยังรักมันอยู่ และต้องการใช้มันนานๆ
18. อย่าฝึก หรือพยายามใช้ลูกคอ หากคุณไม่มั่นใจว่าคุณเป็นคนที่ร้องเพลงได้ดี และสามารถควบคุมเสียงได้ตรง pitch แล้วล่ะก็ อย่ารีบร้อนฝึกหัดการใช้ลูกคอ เพราะนั่น อาจทำให้คุณเป็นนักร้องที่ไม่ได้เรื่อง เพราะเสียงของคุณจะแกว่งไปมา ไม่ตรง pitch สิ่งที่คุณควรทำคือการฝึกควบคุมเสียงให้นิ่ง ตรง pitch เมื่อคุณชำนาญในการควบคุมเสียงแล้ว จึงควรฝึกการใช้ลูกคอ
19. อย่าเต้นไปร้องไปเป็นเวลานาน ถ้าคุณรู้จักไมเคิล แจ๊คสัน แล้วลองสังเกตุคอนเสิร์ทของเค้าทุกคอนเสิร์ท คุณจะรู้ว่าเค้าร้องสดเพียงไม่กี่เพลง นอกนั้นต้องร้องลิปซิงค์ เพราะการร้องไปเต้นไปเป็นเวลานานๆ ทำให้เสียงของคุณหมดไวผิดปกติ เพราะคุณต้องใช้ความสามารถสูงในการควบคุมลมหายใจ เมื่อคุณกังวลกับท่าเต้นมากๆ กังวลกับลมหายใจทุกเพลง นั่นละ เสียงของคุณจะไม่เป็นท่าก็เมื่อนั้น
20. ไม่ร้องเพลงด้วยเสียงที่ดังที่สุดของคุณเป็นเวลานานๆ
21. รู้จักถามให้มากที่สุด เมื่อคุณเจอคนที่สามารถให้คำแนะนำคุณได้ในด้านการร้องเพลง
22. อย่าไปเรียนร้องเพลงกับคนที่เส้นเสียงเสีย ตำราฝรั่งเล่มหนึ่งบอกผมไว้ว่า ขนาดเสียงของครูผู้สอนยังเสียได้เลย แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าครูผู้สอนจะไม่ทำให้เสียงของเราเสียไปด้วย
23. ถ้าครูผู้สอนของคุณเป็นนักร้องชั้นยอด ลองพยายามทำความเข้าใจเนื้อหาและวิธีการสอนของเค้าดูนะครับ ถ้าสอนดี ก็โอเคเลย แต่ถ้าสอนได้ไม่ดีให้คุณนึกถึงคำที่ผมบอกนะครับ "คนที่ร้องเพลงดี ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะสามารถถ่ายทอดวิชาการร้องเพลงให้คุณได้ดี"
24. พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานๆ ก่อนการขึ้นเวทีเพื่อร้องเพลง เพราะนอกจากหนาวแล้ว ความเย็นของอากาศ ทำให้ความชื้นในร่างกายของเราระเหยไป อาจทำให้รู้สึกคอแห้งได้ เพราะเราสูดเอาอากาศที่แห้งกว่าเข้าไป พร้อมกับปล่อยอากาศชื้นออกจากตัวเรา
25. พยายามศึกษา และหาทางเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลง เช่น กล่องเสียง เส้นเสียง กระบังลม กล้ามเนื้อหน้าท้อง ฯลฯ
26. ถ้าการเรียนร้องเพลง หมายถึงการเรียนเทคนิคการใช้เสียงที่ถูกต้อง นั่นหมายถึงว่า เมื่อคุณเรียนร้องเพลง จะต้องได้รับความรู้และการฝึกฝน การใช้เสียงอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดอาการเจ็บคอ อันเนื่องมาจากการใช้เสียงมากเกินไป หรือผิดวิธี
27. การฝึกการร้องเพลง ควรฝึกอย่างช้าๆ ใจเย็นๆ อย่าคิดว่าการรีบร้อนฝึกหนักจะทำให้คุณเก่งในพริบตาได้ การฝึกซ้อมอย่างถูกต้อง พอดี และสม่ำเสมอทุกวัน ทำให้เสียงของเราค่อยๆพัฒนาไปอย่างมีระบบ
28. พยายามเรียนรู้การร้องในแต่ละสไตล์ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ยิ่งคุณรู้มากและทำได้มาก นั่นคือความสามารถเฉพาะตัวที่ยากจะหาใครเลียนแบบ
29. ดูแลรักษาช่องปากและฟันของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลมปากปอมสดชื่น เวลาคุณร้องเพลง
30. เมื่อคุณต้องร้องเพลง จำไว้ว่า คุณต้องรู้ความหมายของบทเพลงนั้นๆ ทุกคำ ทุกความหมาย ร้องให้ได้อารมณ์ตามนั้น ที่สำคัญ คุณอย่าได้อารมณ์เพียงคนเดียวนะ ผู้ฟังต้องได้ยินเสียงคุณแล้วรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่คุณต้องการสื่อด้วย
31. ร้องเพลงอย่างเดียวไม่พอแน่ ท่าทางคือสิ่งที่นักร้องหลายๆ คน แสดงออกมาอย่างไม่ได้เรื่อง ถ้าคุณร้องเพลงไปแล้วยืนตรงเหมือนคนเคารพธงชาติ คุณคิดว่าใครอยากจะมองคุณบ้าง ใช้หูเพื่อฟังคุณก็พอแล้วมั๊ง ถ้าคุณไม่อยากเป็นอย่างนั้น เริ่มต้นฝึกการใช้ลีลาท่าทางซะ อย่าคิดว่าขึ้นเวทีแล้วมันจะได้เอง จากประสบการณ์แล้วนั้น ผมไม่เคยพบใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถทำอะไรได้ดี โดยไม่ได้มีการฝึกซ้อมไว้ก่อน บางคนฝึกไว้แล้ว 100% ยังทำได้แค่ไม่ถึง 80% เอง เพราะฉะนั้นจงซ้อมไว้สัก 120-150 % แล้วคุณจะร้องได้ดี 100% เลย ผมรับรอง
32. ทำความเข้าใจดนตรี คุณควรรู้ว่านักดนตรีต้องการสื่ออารมณ์อย่างไร ในบทเพลงที่คุณร้อง ลองฝึกฟังดนตรีเยอะๆ พยายามทำความเข้าใจอารมณ์ที่สื่อออกมาจากดนตรีแต่ละประเภท แต่ละแนวเพลง
33. หลายคนชอบพูดว่า ไม่สามารถร้องเพลงแต่เช้าได้ หรือร้องเพลงตอนดึกๆ ไม่ไหว เพราะเสียงไม่มา ผมมั่นใจว่า ไม่มีคำๆ นี้ในพจนานุกรมของ นักร้องที่ได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ยกเว้น วันนั้นมันดันพิเรนท์ นอนดึกเสียงเกินกว่าเหตุ ดื่มสุรา หรือไม่สบาย
34. วิธีการรักษาเสียงของคุณอย่างง่ายๆ และได้ผล คือการนำผ้าชุบน้ำอุ่น มาประคบที่คอ เป็นเวลาประมาณ 10 นาที โดยช่วงนั้น คุณควรพักการใช้เสียงด้วย
35. รู้สึกเหมือนคอมีเสมหะตลอดเวลาเลย เรื่องแบบนี้แก้ไม่ยาก คุณสามารถล้างคอของคุณได้ ด้วยการดื่มน้ำอุ่น ผสมเกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมโซดา ทุกเช้า วิธีนี้ได้ผลดีเลยทีเดียว ในการกำจัดอาการระคายคอบ่อยๆของคุณออกไป
36. เมื่อต้องขึ้นเวที อย่าใส่เสื้อผ้าที่หนาๆ เพราะแสงไฟบนเวทีน่ะ "ร้อนมาก" ยืนพักเดียวก็เหงื่อชุ่มแล้ว ร้อนขนาดนั้น คุณคงไม่มีกระใจจะร้องเพลงสักเท่าไหร่หรอก
37. การเรียนรู้วิธีการร้องเพลง และการใช้เสียงอย่างถูกต้อง ต้องใช้เวลาในการเรียน และการฝึกฝนเท่านั้น ไม่มีวิธีลัดใดๆทั้งสิ้น
38. ฝึกการฟังเป็นประจำ ด้วยแบบฝึกหัดการฝึกฟัง การฟัง ทำให้คุณเป็นนักร้องที่ดีได้ เพราะถ้าคุณยิ่งแม่นยำในการฟังโน้ตเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถขึ้นร้องเพลงบนเวทีได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะร้องเพี้ยน
39. หยุดซ้อมร้องเพลงได้ แต่อย่าให้เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การซ้อมเสมอๆ ย่อมดีกว่าการหยุดซ้อมเป็นประจำ
40. ดูแลตัวเองอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเสียง หน้าตา สุขภาพร่างกาย เพื่อให้เราเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดูดี สะอาดสะอ้าน ร่างกายแข็งแรง หน้าตาสดใส จิตใจปลอดโปร่ง พร้อมสำหรับการร้องเพลงอย่างมีคุณภาพ และเป็นนักร้องที่ดี



ขอบคุณ : pirun.ku.ac.th

เทคนิคในการใช้ไมโครโฟน


เทคนิคในการใช้ไมโครโฟน

คุณเคยสังเกตไหมครับว่าคุณถือไมโครโฟนอย่างไร ทดสอบไมโครโฟนว่าเปิดหรือยัง ใช้ได้รึเปล่าด้วยวิธีไหน หลายคนอาจเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ผมบอกได้เลยว่าไม่เล็กอย่างที่คิดหรอกนะครับ
มี 4 เรื่องที่คุณควรเลิกทำระหว่างการใช้ไมโครโฟน

1. หากคุณทดสอบไมโครโฟนด้วยการบรรจงเคาะลงที่หัวไมค์สัก 2-3 ทีเพื่อความมั่นใจว่ามันใช้งานได้ จงเลิกซะ เพราะการกระทำเช่นนั้นถือเป็นการผิดมารยาทมากสำหรับการเป็นนักร้อง เพราะมันอาจจะทำให้ตัวรับสัญญาณเสียงของไมโครโฟนเสียได้ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดเสียงดัง "ปุ๊กๆๆๆ" เป็นที่น่ารำคาญแก่ผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ๆเครื่องขยายเสียง

2. หากคุณถือไมโครโฟนอยู่ใกล้หรือไกลปากจนเกินไป จงเปลี่ยนซะ คุณควรถือไมค์โครโฟนโดยให้ระยะห่างจากปากประมาณ 2-3 นิ้วมือ เพราะนั่นคือระยะที่ไมโครโฟนที่มีคุณภาพปานกลางขึ้นไป จะสามารถรับเสียงได้ดีที่สุด ให้เสียงที่ดังพอประมาณ ได้เนื้อเสียงที่ใกล้ความเป็นจริงมากที่สุด หากถือไมค์ใกล้ปากจนเกินไป อาจทำให้เสียงที่ได้ออกมามีลักษณะทุ้มและดังจนเกินไป อีกทั้งน้ำลายของคุณที่กระเด็นออกไปแปะที่ไมโครโฟน อาจทำให้เกิดความชื้นและเกิดเชื้อราที่ฟองน้ำที่ถูกบุอยู่ภายในหัวไมโครโฟน ทำให้ไมโครโฟนเสียได้ง่าย หรือถ้าไม่เสียคนที่ร้องต่อจากคุณคงเหม็นน่าดู หากถือไมค์ไกลปากจนเกินไปอาจทำให้เสียงที่ได้เบาและบางจนเกิดเหตุ


3. หากคุณถือไมโครโฟนแล้วยกท่อนล่างของมันขึ้นมาสูงๆ จงลดมันลงมาให้อยู่ในระดับเฉียงลงประมาณ 45 องศา เพราะคุณรู้ไหมว่าการยกท่องล่างของไมโครโฟนขึ้นมาสูงๆ นอกจากมันจะไม่เท่ห์แล้ว มันยังบังหน้าตาอันสวยงาม หรือหล่อเหลาของคุณอีกด้วย คงไม่มีใครอยากฟังเสียงอันไพเราะของคุณไป มองไมโครโฟนไปเป็นแน่

4. หากคุณเป็นคนที่ชอบดึงสายไมโครโฟนมาพันๆๆๆๆๆ แล้วก็พันไว้ที่มือของคุณเมื่อยามคุณเขินล่ะก็ จงปล่อยสายซะ เพราะเมื่อเวลาที่คุณยืนอยู่บนเวทีนั้น สายตาทุกคู่กำลังจ้องมองคุณอย่างสนใจ หูของเค้ากำลังรอฟังเสียงอันไพเราะจากคุณ แต่ถ้าเผอิญเค้าเหลือบไปเห็นมือของคุณอีกข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือไมค์ กำลังหยิบสายไมโครโฟนมาพันเล่นอย่างสนุกสนาน ขยำๆๆๆ แล้วก็พันๆๆๆ คุณลองคิดดูสิว่า หลังจากนั้นสายตาทุกคู่จะมองไปที่ไหน..... หากคุณรู้ตัวว่าสาเหตุที่คุณทำเช่นนั้น เป็นเพราะคุณเขินจนไม่รู้จะทำอะไรกับมือข้างที่เหลือนั้น จงปล่อยมันไว้นิ่งๆ รอจังหวะคำร้องที่สามารถสื่อความหมายด้วยภาษาร่างกายได้ แล้วจงทำซะ เช่น ยื่นมือ-ผายมือออกไป เมื่อร้องคำว่า "เธอ" ดึงมือกลับมาทำท่ากำไว้ที่หน้าอกเมื่อร้องคำว่า "หัวใจ" ฯลฯ สารพัดวิธีที่คุณจะใช้มัน หลังจากที่คุณทำท่าทางตามนั้นแล้ว มันยังมีประโยชน์ตามมาอีกมากมาย เช่น คุณสามารถสื่อความหมายของบทเพลงได้เพิ่มอีก 1 ทาง ด้วยภาษาร่างกาย, ลดความประหม่า ฯลฯ จากนั้นเมื่อคุณจะเดินไปยังจุดต่างๆบนเวที คุณสามารถใช้มือจับที่สายไมค์แล้วรูดมันไปอย่างช้าๆ นิ่มนวลที่สุด แล้วจับมันหลบไปให้พ้นทางเดินของคุณ เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถที่จะเดินได้อย่างสง่าผ่าเผย มือของคุณจะไม่ว่างพอที่จะพันสายไมโครโฟนเล่นอีกต่อไป

การหายใจและการควบคุมลมในการร้องเพลง

.....เสียงของคนเราเกิดจาการหายใจเอาลมมาทำการสั่นสะเทือนเส้นเสียงนั้น เราอาจกล่าวได้อีกทางหนึ่งว่า การหายใจที่มีคุณภาพ คือเคล็ดลับในการทำให้เราสามารถใช้เสียงได้อย่างมีคุณภาพด้วย เพราะการที่เราสามารถควบคุมการหายใจได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถควบคุมลมที่จะมากระทบเส้นเสียงของเรา ให้เกิดเสียงได้ตามต้องการ ถ้าสามารถควบคุมการหายใจได้ เราก็สามารถควบคุมการผลิตเสียงให้นิ่ง เรียบ สามารถควบคุมช่วงประโยคของเพลง และสามารถควบคุมความหนักเบาของเสียงได้ ฉะนั้นหากเราได้รับการฝึกซ้อมในการหายใจอย่างถูกวิธีเป็นประจำแล้ว จะทำให้การขับร้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

อวัยวะที่สำคัญในการหายใจ ได้แก่
1. ปอด (Lungs) ภายในปอดจะมีถุงลมเล็กๆมากมาย มีหน้าที่ในการเก็บลมเพื่อนนำมาใช้ในการหายใจ,ฟอกโลหิต ฯลฯ โดยปกติคนเราไม่สามารถหายใจเข้าไปในถุงลมได้ครบทุกถุง แต่การร้องเพลงจำเป็นที่จะต้องฝึก เพื่อให้สามารถหายใจเข้าไปในถุงลมได้มากที่สุด
2. กระบังลม (Diaphram) กล้ามเนื้อผืนใหญ่ใต้ปอด ที่อยู่เหนือกระเพาะอาหาร ประกอบด้วยซี่โครง และกล้ามเนื้อส่วนชองหน้าท้อง กระบังลมเป็นอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งที่เราสามารถบังคับให้ช่วยปอดในการกักเก็บลมได้มากขึ้น เมื่อเราหายใจเข้าปอด ซี่โครงจะขยายตัวเพราะถูกดึงโดนกล้ามเนื้อที่ติดอยู่กับหัวไหล่ เมื่ออากาศเข้าสู่ปอด กระบังลมต้องเคลื่อนตัวลงต่ำ และจะมีหน้าที่ดันอวัยวะภายในช่องท้องมิให้เคลื่อนตัวขึ้นตามการขยายตัวของซี่โครง เพื่อที่จะสามารถกักเก็บลมได้มากๆ

ภาพกระบังลมขณะปกติ และขณะหายใจเข้า

ภาพลักษณะการทำงานของกระบังลม (Diaphram) ซ้ายขณะปกติ, ขวา=ขณะหายใจเข้า

3. ซี่โครง เมื่อเราหายใจเข้า ปอดจะขยายตัวออก และเมื่อปอดขยายตัวออกจะไปดันให้ซี่โครงเกิดการขยายตัว โดยการขยายตัวของซี่โครงนั้นจะขยายจากด้านล่างก่อน
4. กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front Muscles) มีหน้าที่บังคับลมเข้าออกในปริมาณน้อยไปหามาก ดังนั้นการออกเสียงในลักษณะ จากเสียงค่อยไปหาเสียงดัง หรือเสียงแคบไปหากว้างนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้อวัยวะส่วนนี้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อเราหายใจเข้า กล้ามเนื้อหน้าท้องจะขยายตัวออกมาทางด้านหน้า การหายใจออกจะเกิดจากการที่ปอดหดตัวลง ซี่โครงกลับคืนสู่ตำแหน่งปกติ กระบังลมยกตัวขึ้นกลับเข้าที่ กล้ามเนื้อหน้าท้องหดตัวลง

ภาพแสดงการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลม (ซ้าย=ขณะหายใจเข้า, ขวา=ขณะหายใจออก)

การฝึกหายใจในลักษณะลึกถึงกระบังลม
ยืนตัวตรง หลัง ไหล่และศรีษะ ตั้งตรง แยกเท้าออกจากันเล็กน้อยพอสบาย มือเท้าสะเอวไว้ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านหลัง นิ้วที่เหลือวางอยู่ที่กล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงซี่ล่างๆ หายใจเข้าลึกๆ (ทางปาก 80 % จมูก 20 %) พยายามให้รู้สึกว่าลมลงไปถึงฐานของปอด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมอย่างช้าๆเป็นเสียง ตัวเอส (S) เมื่อลมออกหมด กระบังลมจะคลายตัว กล้ามเนื้อหน้าท้องจะค่อยๆหดตัวแฟบลง ก่อนปฏิบัติซ้ำให้หยุดรอให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย แล้วปฏิบัติซ้ำไปเรื่อยๆ เน้นการควบคุมลมให้ค่อยๆผ่อนไปอย่างช้าๆและสม่ำเสมอ
การฝึกในลักษณะเช่นนี้มีผลโดยตรง ต่อผู้ที่ต้องการลากเสียงร้องให้ได้ยาว นิ่ง ไม่แกว่งไปมา

ข้อสังเกตุ : กระบังลมจะมีการขยับตัวเล็กน้อย ในขณะที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscles) ทำงานอยู่นั้น อาจเกิดอาการ เกร็ง ตึง หรือเจ็บบริเวณ กล้ามเนื้อส่วนหลังบ้าง เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscles) กับกล้ามเนื้อส่วนหลัง (Back muscles) เป็นกล้ามเนื้อผืนเดียวกัน การฝึกหายใจด้วยวิธีดังกล่าวเป็นประจำจะทำให้เราสามารถกักเก็บลมไว้ในส่วนของ Back muscles ได้อีกด้วย การหายใจด้วยวิธีดังกล่าว ไม่จำเป็นที่จะหายใจเข้าไปปริมาณมากๆจนเต็มจนเกินไป (Force) โดยหวังว่าจะเป็นการให้กระบังลมขยายตัวมากๆ เพราะวิธีที่ถูกคือการหายใจเข้าไปอย่างพอดี แล้วฝึกฝนทักษะการหายใจเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=547125

ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์มีโทนเสียงที่แตกต่างกัน บางคนมีเสียงต่ำ บางคนมีเสียงระดับปานกลาง บางคนมีเสียงสูงแหลม อีกทั้งคุณภาพเสียงของชายและหญิงก็ยังมีการแบ่งที่แตกต่างกันออกไป ชายที่มีระดับเสียงในเกณฑ์สูง เรียกว่า Tenor ระดับกลางเรียกว่า Baritone และระดับต่ำเรียกว่า Bass ส่วนผู้หญิงที่มีระดับเสียงสูงเรียกว่า Soprano ระดับเสียงกลางเรียกว่า Mezzo Soprano และเสียงระดับต่ำเรียกว่า Contralto

โทนของเสียงสามารถแบ่งได้อย่างคร่าวๆตามลักษณะทางกายภาพ ได้ 3 โทน คือ Chest Tone, Mouth Tone,และ Head Tone (เสียงต่ำ,กลาง,สูง)

โทนเสียงต่ำ (Chest Tone) เป็นการขับร้องในระดับเสียงต่ำ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาได้ง่ายที่สุด โดยจะรู้สึกสั่นสะเทือนบริเวณหน้าอก เสียงที่ได้จะมีความกังวาล ทุ้ม ใหญ่ เป็นโทนที่แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกสุขุม, รอบคอบ, เศร้า ลักษณะของเนื้อเสียงจะเหมือนกับเสียงพูดปกติของชาวตะวันตก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณ หน้าท้องถึงบริเวณริมฝีปากล่าง

โทนเสียงกลาง (Mouth Tone) เป็นโทนเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์ที่ปกติ สบายๆ เมื่อปล่อยเสียงจะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนบริเวณช่องปาก และในโพรงอากาศบริเวณจมูก ลักษณะของเนื้อเสียงจะเหมือนกับเสียงพูดปกติของชาวตะวันออก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณ ริมฝีปากถึงโหนกแก้ม

โทนเสียงสูง (Headtone) เป็นโทนเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์ที่ดีใจสุดๆ เสียใจสุดๆ สนุกสนาน เป็นการขับร้องในเสียงสูงระดับเทนเนอร์ และ โซปราโน ขณะเปล่งเสียงจะรู้สึกสั่นสะเทือนก้องบริเวณ เหนือลิ้นไก่และพริ้วไปตามส่วนหลังของศรีษะ เกิดความก้องกังวานในโพรงกระโหลกศรีษะแผ่กระจายมาถึงโพรงอากาศบริเวณหน้าผาก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณหว่างคิ้ว

การออกเสียง
เมื่อเรารู้จักวิธีการหายใจที่ถูกต้องและ รู้จักการใช้โทนเสียงในลักษณะต่างๆแล้ว การปล่อยเสียงให้ออกมาอย่างมีคุณภาพ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต้องศึกษา ในการร้องเพลงให้ได้เนื้อเสียงที่มีคุณภาพ สามารถทำได้ด้วยการเปิดทางให้การส่งลมผ่านอวัยวะต่างๆตั้งแต่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง กระบังลม หลอดลม เส้นเสียงมาจนถึงช่องคอได้สะดวก สิ่งที่จำเป็นต่อการทำให้เสียงที่เราปล่อยออกมามีคุณภาพได้ความกังวาน (Resonance) นั้นคือการเปิดคอ
การเปิดคอ หมายถึง การทำให้ช่องคอของเราขยายออก ได้ความรู้สึกโล่งกว้าง เพื่อเป็นการเปิดทางให้ลมสามารถผ่านออกมาได้อย่างสะดวก ไม่ถูกปิดกั้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มเนื้อที่ในช่องคอให้เสียงที่เปล่งออกมาเกิดความก้องกังวาน ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการวางลิ้นให้ถูกตำแหน่ง ไม่ถูกยกขึ้นมาปิดกั้นช่องคอ

ข้อสังเกตุ : ให้นึกถึงลักษณะลำคอเวลาหาว ช่องคอจะถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลมสามารถผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ลิ้นถูกกดลง หากสามารถบังคับให้อวัยวะดังกล่าวเป็นไปตามต้องการได้ โดยไม่เกิดอาการเกร็งจะทำให้ช่องคอเปิดออก พร้อมที่จะทำการปล่อยเสียงที่ได้ความกังวาน

ขอให้มีความสุขกับการหัดร้องเพลงนะครับ..เรียงตามเว็บ...บทที่ 1-3

==========**************++++++=============
http://community.thaiware.com/thai/index.php?showtopic=292601
# ฝึกร้องเพลงกันเถอะ #

1. เคล็ดลับในการหายใจ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดร้องเพลง เพราะมักจะหายใจไม่ทันและเหนื่อย ร้องแล้วบางทีลมไม่พอ ทำให้เสียงขาดหาย

ตอบ การหายใจที่ถูกต้องคือ การเก็บลมที่กระบังลม พองรับลมเก็บลมเข้าไว้ ใช้ลมจากกระบังลม Control ให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ถ้าเปลี่ยนวิธีการหายใจมาใช้กระบังลมได้ บางทีน้องจะหายใจง่ายขึ้น เพราะการหายใจด้วยกระบังลม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการเก็บลมให้เต็ม

--------------------------------------------------------------------------------
2. รู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองไม่มีพลัง ควรทำไงดี อีกอย่างหนึ่งการที่จะร้องเพลงให้มีทั้งน้ำเสียงและ feelling ที่ดีควรทำอย่างไร

ตอบ ต้องรู้จัก Project เสียง เริ่มจากรู้จักการบังคับกระบังลม อย่างเช่น การบังคับกระบังลมเนี่ย เราหายใจเข้าเก็บลม กระบังลมพองเต็มที่แล้ว ปล่อยเสียง เราบังคับกระบังลมให้ Project เสียงทีเดียว ให้มีพลัง เราทำได้แล้ว เราจะเริ่ม Project เสียง บังคับกระบังลมได้นะ มันมีวิธีการฝึกฝน แบบฝึกหัดเยอะแยะ อย่างเช่น Sit Up หรือว่า เพิ่มพลังให้กระบังลม ยกน้ำหนักกระบังลม น้องๆ ก็คงต้องเน้นที่กระบังลม เก็บลมและ Control ได้เต็มที่ จะทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
3. ร้องเพลงแล้วรู้สึกเหมือนเสียงสั่นๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ตอบ เสียงสั่นมี 2 กรณีนะครับ - คือเกร็ง เวลาร้องเพลงแล้วเกร็ง เส้นเสียงมันจะตึง ทำให้สั่นสะเทือนไม่ได้เต็มที่ - อีกอันหนึ่งก็คือ ลมที่ใช้บังคับให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นต้องลองเช็คดูว่า ลมพอรึเปล่า หรือว่าน้องร้องเกร็ง แล้วก็แก้ไขที่จุดนั้นๆ

--------------------------------------------------------------------------------
4. ผมเป็นคนที่ร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ ทำอย่างไรให้สามารถร้องเสียงสูงได้บ้างครับ โดยเฉพาะเพลงพี่เบิร์ดร้องยากมาก ถ้าจะร้องให้ได้ตามคีย์เสียงพี่เขานั้นยากมากสำหรับผม

ตอบ จริง ๆ แล้ว อย่างที่บอกว่าการร้องเพลง เสียงจะถูกกำหนดโดยสรีระร่างกายคนเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอยากจะเป็นคนอีกคนนึง มันก็ยาก แต่มันก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้ จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธี หายใจให้ถูกต้อง รูปปากถูกต้อง ค่อย ๆ Vocalize เสียงให้สูงขึ้น แต่ยังไงก็ตาม คนบางคนก็อาจจะไม่สามารถร้องได้ เพราะระดับของเสียงมันถูกกำหนดโดยสรีระร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงพี่เบิร์ด ก็อาจจะต้องลดคีย์ลงมาดีกว่า อย่าไปบังคับให้เสียงสูงขึ้นโดยการตะโกน มันจะทำให้เสียงเสีย

--------------------------------------------------------------------------------
5. วิธีการร้องเสียงหลบเป็นยังไง มีเทคนิคในการร้องแบบไหน แล้วร้องยากไหม

ตอบ การร้องเสียงหลบนี่ก็คือเสียง Head Tone ค่ะ วิธีการร้องก็ต้องเปิดคอ ก็คือให้คอ เราเป็นโพรง แล้วโยนเสียงขึ้นไปให้ก้องกังวานอยู่บริเวณที่เป็น Head Tone จริง ๆ ถามว่าร้องยากมั้ย ไม่ยากนะ แต่จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธีนิดนึง แล้วก็มีครูที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะ

--------------------------------------------------------------------------------
6. ร้องเพลงไม่ค่อยเข้ากับดนตรีเลย เป็นคนเสียงต่ำทำให้ร้องเพลงเสียงสูงไม่ได้ พอร้องเสียงมันจะขาดไป อยากร้องเพลงเสียงสูงได้ และการร้องแบบมีลูกคอทำยังไงคะ อยากมีลูกคอเหมือนกับนักร้องดังๆบ้าง ควรฝึกยังไง

ตอบ อยากร้องเสียงสูงได้ต้องฝึกนะ ก็คือฝึกการวอร์มเสียงด้วย แล้วก็จะต้องมี ครูที่ชำนาญช่วยในการ ฝึกฝน อย่างที่พี่แอนบอกว่า เสียงจะถูก Limit ด้วยสรีระร่างกาย เรา ดังนั้นการที่จะยืดให้เสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงจะต้องมีคนที่มีประสบการณ์มี ความรู้มากกว่าที่จะช่วยยืดเสียงนั้น ร้องแบบมีลูกคอทำยังไง? ลูกคอ คือการสั่นสะเทือนเราเรียกว่า Vibration ค่ะ เพราะฉะนั้นลูกคอก็คือการสั่นสะเทือนของโน้ต 2 ตัว ให้หาโน้ต 2 ตัว ลองฝึกฝนร้องจากโน้ตแต่ละโน้ต อย่างสมมุติ \"มีฟ้า มีฟ้า มีฟ้า…\" เราร้องให้เร็วขึ้น แล้วมันจะเกิดลูกคอได้

--------------------------------------------------------------------------------
7. อยากทราบเทคนิคการร้องแบบ R&B ว่าทำยังไงค่ะ แล้วก็สนใจอยากร้องให้ได้แบบ Mariah (แบบหอนๆ หน่อย) อยากรู้ว่าหัดยังไง

ตอบ คนที่ร้อง R&B ได้จะต้องเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะๆ แล้วก็รู้จักการใช้โน้ตหลายๆ ตัว แทนที่จะร้องลากเสียงแค่โน้ตเดียว ก็จะเปลี่ยนโน้ตไปเรื่อยๆ มันจะมีสเกลหลายสเกลที่จะใช้ฝึกนะคะ อย่างเช่น Melodic Scale คือสเกลที่เป็นเครื่องเสียงหมดเลย ฝึกอันนี้ก็ได้ หรือว่าฟังเพลงเยอะๆ ก็ได้
--------------------------------------------------------------------------------
8. เพื่อนๆมักจะบอกว่า ผมร้องเพลงสมูทมากๆ คือเรียบหมดทั้งเพลง ไม่มีสูง-ต่ำ ทั้งๆที่ผมรู้สึกว่าผมออกเสียงสูงต่ำชัด อาการของผมคือ ร้องเสียงต่ำปั๊บ ล่มทันที คือร้องได้ แต่ว่าไม่ค่อยมีคีย์ เสียงสูง ก็สูงมากไม่ได้ เพราะเสียงผมขาดพลัง ลงต่ำไม่ค่อยได้ แต่เพื่อนบอกว่าผมเนื้อเสียงดีนะ ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ตอบ เป็นเสียงโมโนโทน คือร้องเสียงคีย์เดียวกันตลอด ปัญหาคงอยู่ที่ ear training คือปัญหาของการรับฟัง เพราะถ้าเรามีประสาทหูที่ดีเราจะรับฟังเสียงสูงและเสียงต่ำ แล้วก็สามารถทำตามได้จากสิ่งที่ได้ยิน เพราะฉะนั้น ของน้องคงต้องเริ่มตั้งแต่ ear training ก่อน คือฝึกประสาทรับฟังที่ถูกต้องก่อน เพื่อจะได้จับเสียงสูง-เสียงต่ำ และความแตกต่างของเสียงได้ เนื้อเสียงดีก็ดีแล้วค่ะ แต่จริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างของการร้องเพลง คือประสาทรับฟัง

--------------------------------------------------------------------------------
9. \"เอกลักษณ์การร้องเพลงที่เป็นตัวของตัวเอง\" ฟังแล้วเหมือนง่าย แต่ยากจังนะคะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเอกลักษณ์ของเราคืออะไร เพราะอย่างหนูเองเวลาร้องตามนักร้อง หนูมักจะหัดออกเสียงตามแบบที่เขาร้อง แรกๆหนูก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะ แต่พอมาฟังคนพูดเยอะๆว่า นักร้องคนนี้ ร้องเพลงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี ก็เลยฉุกคิดว่า แล้วเราล่ะมีเอกลักษณ์การร้อง เป็นของตัวเองบ้างหรือเปล่า

ตอบ จริงๆแล้วเอกลักษณ์ มันก็คือเทคนิคในการร้องเพลง อย่างที่เวลาน้องร้องเพลงตามศิลปินคนอื่นๆ เขาจะมีเทคนิคแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ทีนี้การใช้เทคนิคในคำแต่ละคำในเพลง มันอาจจะมีหลายเทคนิค ที่จะใช้กับคำๆนั้น ถ้าน้องสามารถหาวิธีที่น้องถนัด แล้วก็ลงไปร้องคำกับคำๆนั้นให้เหมาะสม มันก็จะเป็นเทคนิค ส่วนตัวของเราได้ ซึ่งตรงนี้เป็นขั้น advance แต่จริงๆแล้วถ้าฟังเพลงเยอะๆ เราก็จะจับเทคนิคได้ ถ้าจะให้แนะนำก็ลองปรึกษาหรือลองไปเรียนกับครู ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะได้พัฒนาเทคนิคของตัวเองขึ้นไป แล้วจะได้เข้าใจว่าอะไรคือเอกลักษณ์ของตัวเอง

--------------------------------------------------------------------------------
10. อยากทราบวิธีวอร์มเสียงก่อนขึ้นเวทีค่ะ

ตอบ วิธีการวอร์มเสียงง่ายๆ วอร์มสเกล เมเจอร์สเกล โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด หรือว่าเป็นอาเพ็จจิโอ โด มีซอล โด ซอล มี โด อะไรอย่างเนี้ย แล้วก็ค่อยไล่สเกลขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยได้ หรือว่าเป่าลม เป่าปาก ก็จะช่วยรีแล็กซ์กล้ามเนื้อที่ปาก ที่คาง ที่ขากรรไกรได้ อาจจะวอร์มร่างกายให้อบอุ่นด้วยอีกอย่างหนึ่งก็ดี

--------------------------------------------------------------------------------
11. การร้องเพลงร็อคควรใช้เสียงประมาณไหนครับ

ตอบ การร้องเพลงทุกเพลง ต้องเริ่มต้นที่การร้องเต็มเสียง เต็มเสียงยังไง? หมายความว่าเต็มเนื้อเสียงที่เราใช้ในการพูด เป็นเสียงมาตรฐานของการร้องให้เต็มเสียง เพลงร็อคก็ควรจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเพลงร็อคของน้อง อาจจะเป็นไฮร็อก หรือว่าเฮฟวี่เมทัล อาจจะต้องใช้เสียงมากกว่านั้น ซึ่งอาจจะต้องมีครูแนะนำ เพราะว่าบางทีถ้าใช้เสียงผิดวิธี มันจะทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ แต่ว่าเริ่มร้องเพลงเนี่ย ควรจะร้องให้เต็มเสียงก่อนแล้วกัน

--------------------------------------------------------------------------------
12. อยากร้องเพลงเก่ง มีปัญหาตอนที่ร้องเสียงสูง เสียงจะเพี้ยนและแตกทุกครั้ง ตอนนี้ผมทำงานในด้านนี้ด้วย(ร้องเพลงที่ผับตอนกลางคืน) ช่วยบอกวิธีให้ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบ 1. เบสิค คือการหายใจที่ถูกต้อง ประสาทรับฟังที่ถูกต้อง รูปปากที่ถูกต้อง 2. ริธึ่มมิค คือ จังหวะที่ดี 3. เทคนิค คือ การร้องอย่างมีสไตล์ มีเทคนิคเป็นของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงเก่งๆ พี่ว่ากลับไปที่เบสิคของการร้องเพลง ต้องเช็คว่าหายใจถูกต้องหรือยัง? หายใจด้วยกระบังลมหรือเปล่า? รูปปากถูกต้องชัดเจนหรือยัง? เพราะว่าบางทีถ้าร้องเสียงสูงแล้วเสียงไม่ถึง มันมี 2 กรณีคือ เสียงไม่ถึงเพราะลมไม่พอ กับอีกกรณีหนึ่งคือร้องไม่ถึง เพราะว่ามันสูงเกินเร้นจ์(Range)ของเสียงเราเกินไป เพราะฉะนั้นต้องเช็คให้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วก็แก้ไขที่สาเหตุนั้น ถ้าร้องไม่ถึง ร้องเพี้ยนหรือเสียงแตก เพราะว่าลมไม่พอ อาจจะเป็นเพราะว่าเบสิคของการใช้ลมหายใจเราผิด ต้องไปปรับแต่งตรงนั้นให้ได้

--------------------------------------------------------------------------------
13. ทำยังไงเสียงของเราถึงจะใสและฟังเพราะ ไม่ตํ่าหรือสูงเกินไป

ตอบ จริงๆการร้องเพลงมันต้องร้องตามเมโลดี้ ถ้าเมโลดี้มันต่ำหรือมันสูงก็ต้องร้องตามนั้น ทำยังไงให้เสียงใสตลอดเวลา ก็คงจะต้องอยู่ที่วิธีการรับประทานอาหาร สุขลักษณะ โภชนาการ แล้วก็การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เต็มที่

--------------------------------------------------------------------------------
14. เวลาร้องคอรัสทำอย่างไร? ไม่ให้หลงไปกับ line ของเมโลดี้

ตอบ อันนี้ต้องฝึกที่ ear training นะคะ เพราะว่าถ้าประสาทรับฟังของเราดี ไม่ว่าจะมีเสียงอะไรมารบกวน เราก็จะไม่เป๋ไปตามเสียงนั้น ต้องฝึก ear training แล้วก็ต้องฝึกสมาธิในการร้องเพลง ซึ่งในการร้องเพลง เราต้องคิดหลายๆเรื่องพร้อมๆกัน เราจะต้องแยกประสาทส่วนต่างๆในการควบคุมตัวเองให้ได้ ถ้าเราฝึกตรงนี้ได้ มันจะช่วยให้เราร้องคอรัสได้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญต้องเริ่มที่ ear training ก่อน

--------------------------------------------------------------------------------
15. หนูมีปัญหาอยากถามพี่ดังนี้ คือเวลาที่ร้องเพลง(หนูเป็นนักร้องและนักดนตรี) ขึ้นเสียงสูงมาก ๆ เมื่อก่อนจะร้องไม่ได้ ปัจจุบันร้องได้แล้ว แต่จะมีปัญหาว่า ตอนช่วงเย็นถึงหัวค่ำ จะร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ คือเหมือนกับเสียงจะแหบ แต่ว่ายิ่งดึก เสียงจะยิ่งใสขึ้นมากๆ คนอื่นมีปัญหาแบบนี้บ้างมั้ย หนูจะร้องเพลงตั้งแต่ช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน คืนหนึ่งร้องถึง 30 เพลงรวด มีเบรค 1 ชั่วโมง และอยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้เสียงไม่แหบ

ตอบ ถ้าเราใช้เสียงเยอะในช่วงกลางคืน ยิ่งดึกมันก็จะเหมือนคนทั่วไป คือตอนเช้าเพิ่งตื่นขึ้นมาเสียงจะแหบ แล้วเสียงมันจะค่อยวอร์มไปเรื่อยๆ คือค่อยๆทำงานไปเรื่อยๆ จนประมาณเที่ยงวัน พอถึงตอนเย็นเสียงมันก็จะใสเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าน้องร้องเพลงกลางคืน น้องก็ต้องเปลี่ยนลักษณะการนอน การกินอยู่ เป็นนอนตอนกลางวันให้เต็มที่ เท่ากับคนทั่วไปที่เขานอนตอนกลางคืน แล้วตื่นขึ้นมาก็จะมีระยะเวลา ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน อาจจะพูดคุยกับเพื่อนให้เสียงมันเข้าที่ ก่อนที่จะไปทำงานตอน 2 ทุ่ม ไม่ใช่ว่าน้องตื่น 6 โมงเย็น แล้วรีบอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานตอน 2 ทุ่มเลย เสียงจะยังไม่มา มันต้องให้ระยะเวลาในการตื่น ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน จริงๆก็คือต้องเปลี่ยนวิธีการนอน เปลี่ยนวิธีการกินอยู่ ชีวิตประจำวันให้ต่างจากคนทั่วไป ถ้าไม่อยากให้เสียงแหบ หรือว่าใช้เสียงให้ถูกประเภท หายใจให้ถูกต้อง เบสิคในการร้องเพลงต้องถูกต้อง มันจะช่วยให้การร้องเพลงสบายขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
16. อยากทราบว่ารูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงหรือไม่ ถ้าผมอ้วนนี่จะมีส่วนต่อการร้องเพลงหรือเปล่าครับ แล้วมีผลอย่างไรบ้าง

ตอบ รูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงอยู่แล้ว เพราะว่าเสียงในการร้องเพลง เกิดจาก 3 ส่วนในร่างกายของคนเรา ส่วนที่1 เราเรียกว่า เชสโทน คือทรวงอก ส่วนที่ 2 เราเรียกว่า เม้าธ์โทน คือโพรงปาก ส่วนที่ 3 เราเรียกว่า เฮดโทน คือโพรงสมอง ร่างกายของคนเรา สรีระแต่ละส่วนจะเป็นตัวกำหนดให้เสียงต่างกันไป อย่างเช่น ทรวงอก คนที่รูปร่างใหญ่จะร้องเสียงต่ำ มีพลังได้ดีกว่าคนที่ผอม หรือว่าคนที่มีโพรงสมอง อย่างเช่น พวกคนผิวดำหน้าผากเขาจะโหนกขึ้นมานิดหนึ่ง จะทำให้ช่วยในการร้องเสียงสูงได้ เพราะฉะนั้นสรีระร่างกายเป็นตัวกำหนดการร้องเพลง แต่จริงๆแล้วถ้าได้เรียนรู้หรือฝึกฝนเพิ่มเติม ก็จะช่วยยืดเร้นจ์ของเสียง หรือระดับระยะห่างของเสียงให้กว้างขึ้นได้

--------------------------------------------------------------------------------
17. จะทำยังไงให้เสียงคงที่ ไม่แกว่งครับ ต้องทำไงดี

ตอบ เก็บลมให้ดี และ Control เสียงด้วยลมจากกระบังลม
--------------------------------------------------------------------------------
18. ผมเรียนร้องเพลงเบื้องต้นอยู่ที่เชียงใหม่นะครับ ตอนนี้ใกล้จะจบคอร์สแล้ว แต่มีปัญหาว่าผม ร้องเพลงเสียงสูงๆ แล้วมักจะบีบเสียง ครูที่สอนบอกว่าผมเกร็งไป และเสียงผมชอบเป็นเสียง แฟลต จะทำอย่างไรดีครับ ช่วยแนะนำด้วย เพื่อการร้องเพลงของผมจะได้ไม่มีข้อผิดพลาดอีก

ตอบ ร้องเสียงสูงต้องเปิดคอและ Swing เสียงไปที่ Head Tone ลองให้ครูช่วยด้วย

--------------------------------------------------------------------------------
19. อยากทราบว่าเราจะมี วิธีการร้องเพลงอย่างไรให้เสียงกว้างๆ

ตอบ หมั่น Vocalize เสียง จะช่วยยืดให้เสียงกว้างขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
20. เคล็ดลับการรักษาเสียง เคล็ดไม่ลับในการรักษาเสียงและร้องเพลงคืออะไร

ตอบ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

--------------------------------------------------------------------------------

21. เทคนิคการร้องแบบใช้เสียงลม การร้องเเบบใช้เสียงลม ถือว่าเป็นการร้องที่ผิดวิธีรึเปล่าครับ เพราะว่าร้องแบบไม่เต็มเสียง เห็นนักร้องบางคนนำมาใช้กัน

ตอบ เสียงลมถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง แต่ควรใช้เฉพาะบางคำในเพลงเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดทั้งเพลง เพราะจะทำให้ไม่มีพลังและ Control เสียงลำบาก

--------------------------------------------------------------------------------
22. ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆ ของตัวเอง เวลาร้องเพลงแล้วพยายามร้องให้เต็มเสียงทีไร คนที่บ้านก็จะบอกว่าฟังแล้วแสบแก้วหูบ้าง บอกว่าเราเสียงแหลมบ้าง แต่พอเราทำเสียงให้ soft ลงมาหน่อยเค้าฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นนะคะ แต่หนูก็รู้สึกว่าพอขึ้นเสียงสูงแล้วเสียงจะเหมือนคนเป็นหวัดค่ะ ตอนนี้ก็เลยสับสนว่าควรร้องยังไงให้ฟังออกมาดูไพเราะน่ะค่ะ เพราะหนูเป็นคนค่อนข้างเสียงแหลมค่ะ ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆของเราค่ะ

ตอบ ใช้เทียบจากเสียงพูดตัวเองก่อน จะได้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดเวลาร้องเพลง

--------------------------------------------------------------------------------
23. เวลาร้องเพลงจะรู้ได้อย่างไรว่า ควรให้เสียงลงคอ หรือขึ้นจมูกอย่างไร มากน้อยเพียงใด หรือว่าเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน

ตอบ เวลาร้องเพลง เสียงไม่ควรจะขึ้นจมูก เพราะว่าเวลาเสียงขึ้นจมูก คอมันจะปิด พอคอปิดเสียงจะแบน เสียงที่เราต้องการในการร้องเพลงก็คือเสียงกลม เสียงที่มาจากกำบังลมของเรา ทีนี้ก็คลิกเข้าไปดูในเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นการร้องเพลงมีวิธีง่ายๆก็คือ อย่าเรียกเสียงขึ้นคอหรือขึ้นจมูกดีกว่า เรียกว่าเราควรอ้าปากให้กว้างมากที่สุดเท่าที่สระตัวนั้นควรจะออกเสียงแบบ นั้น เพราะบางคนร้องเพลงไม่อ้าปาก เสียงจะขึ้นจมูกและเสียงแบน

--------------------------------------------------------------------------------
24. ร้องเพลงไม่ค่อยตรงคีย์ครับ ทำให้ไม่มั่นใจเลยเวลาจะต้องร้อง ต้องฝึกยังไงดีครับ

ตอบ ปัญหาร้องเพลงไม่ตรงคีย์ คนที่ร้องไม่ตรงคีย์ควรจะฝึกกับเครื่องดนตรี เป็นกีต้าร์หรือเปียโนนะคะ โดยเฉพาะเปียโนจะช่วยได้มาก กดโน้ตทีละตัวแล้วก็พยายามร้องให้เสียงเราตรงกับโน้ตที่เราได้ยิน ฝึกไปเรื่อยๆอย่าเพิ่งไปรีบร้องเพลง ฝึกโน้ตแต่ละตัวก่อน แล้วเมื่อไรที่เราเริ่มชินเสียงที่เราได้ยิน ให้เปล่งเสียงตามเสียงที่เราได้ยินได้ เราจะเริ่มร้องถูกคีย์ได้มากขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
25. เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก แต่พอมาร้องต่อหน้าคนอื่นหนูจะตื่นเต้นมาก ตอนนี้หนูก็พยายาม ร้องให้เพื่อนฟัง ก็พอจะร้องได้บ้าง แต่พอเวลามีงานทีไร พวกเพื่อนๆก็จะยุให้ขึ้นไปร้องบนเวที จะกลัวและตื่นเต้นจนร้องไม่ออก จะทำยังไงให้ร้องเพลงได้ และให้หายตื่นเต้นดี

ตอบ จริงๆแล้วคนที่ชอบร้องเพลง ถ้าตื่นเต้นมาก วิธีการทำให้คลายความตื่นเต้น ก็คือทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วก็ทำสมาธิให้จิตใจสงบลง ต้องเป็นคนที่ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ถ้าเราไม่อ่อนซ้อม ถึงเวลาที่เราต้องแสดงออก หรือต้องประกวด หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ และเราก็สามารถระงับความตื่นเต้นนั้นได้

การหายใจและการควบคุมลมในการร้องเพลง

.....เสียงของคนเราเกิดจาการหายใจเอาลมมาทำการสั่นสะเทือนเส้นเสียงนั้น เราอาจกล่าวได้อีกทางหนึ่งว่า การหายใจที่มีคุณภาพ คือเคล็ดลับในการทำให้เราสามารถใช้เสียงได้อย่างมีคุณภาพด้วย เพราะการที่เราสามารถควบคุมการหายใจได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถควบคุมลมที่จะมากระทบเส้นเสียงของเรา ให้เกิดเสียงได้ตามต้องการ ถ้าสามารถควบคุมการหายใจได้ เราก็สามารถควบคุมการผลิตเสียงให้นิ่ง เรียบ สามารถควบคุมช่วงประโยคของเพลง และสามารถควบคุมความหนักเบาของเสียงได้ ฉะนั้นหากเราได้รับการฝึกซ้อมในการหายใจอย่างถูกวิธีเป็นประจำแล้ว จะทำให้การขับร้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

อวัยวะที่สำคัญในการหายใจ ได้แก่
1. ปอด (Lungs) ภายในปอดจะมีถุงลมเล็กๆมากมาย มีหน้าที่ในการเก็บลมเพื่อนนำมาใช้ในการหายใจ,ฟอกโลหิต ฯลฯ โดยปกติคนเราไม่สามารถหายใจเข้าไปในถุงลมได้ครบทุกถุง แต่การร้องเพลงจำเป็นที่จะต้องฝึก เพื่อให้สามารถหายใจเข้าไปในถุงลมได้มากที่สุด
2. กระบังลม (Diaphram) กล้ามเนื้อผืนใหญ่ใต้ปอด ที่อยู่เหนือกระเพาะอาหาร ประกอบด้วยซี่โครง และกล้ามเนื้อส่วนชองหน้าท้อง กระบังลมเป็นอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งที่เราสามารถบังคับให้ช่วยปอดในการกักเก็บลมได้มากขึ้น เมื่อเราหายใจเข้าปอด ซี่โครงจะขยายตัวเพราะถูกดึงโดนกล้ามเนื้อที่ติดอยู่กับหัวไหล่ เมื่ออากาศเข้าสู่ปอด กระบังลมต้องเคลื่อนตัวลงต่ำ และจะมีหน้าที่ดันอวัยวะภายในช่องท้องมิให้เคลื่อนตัวขึ้นตามการขยายตัวของซี่โครง เพื่อที่จะสามารถกักเก็บลมได้มากๆ

ภาพกระบังลมขณะปกติ และขณะหายใจเข้า

ภาพลักษณะการทำงานของกระบังลม (Diaphram) ซ้ายขณะปกติ, ขวา=ขณะหายใจเข้า

3. ซี่โครง เมื่อเราหายใจเข้า ปอดจะขยายตัวออก และเมื่อปอดขยายตัวออกจะไปดันให้ซี่โครงเกิดการขยายตัว โดยการขยายตัวของซี่โครงนั้นจะขยายจากด้านล่างก่อน
4. กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front Muscles) มีหน้าที่บังคับลมเข้าออกในปริมาณน้อยไปหามาก ดังนั้นการออกเสียงในลักษณะ จากเสียงค่อยไปหาเสียงดัง หรือเสียงแคบไปหากว้างนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้อวัยวะส่วนนี้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อเราหายใจเข้า กล้ามเนื้อหน้าท้องจะขยายตัวออกมาทางด้านหน้า การหายใจออกจะเกิดจากการที่ปอดหดตัวลง ซี่โครงกลับคืนสู่ตำแหน่งปกติ กระบังลมยกตัวขึ้นกลับเข้าที่ กล้ามเนื้อหน้าท้องหดตัวลง

ภาพแสดงการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลม (ซ้าย=ขณะหายใจเข้า, ขวา=ขณะหายใจออก)

การฝึกหายใจในลักษณะลึกถึงกระบังลม
ยืนตัวตรง หลัง ไหล่และศรีษะ ตั้งตรง แยกเท้าออกจากันเล็กน้อยพอสบาย มือเท้าสะเอวไว้ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านหลัง นิ้วที่เหลือวางอยู่ที่กล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงซี่ล่างๆ หายใจเข้าลึกๆ (ทางปาก 80 % จมูก 20 %) พยายามให้รู้สึกว่าลมลงไปถึงฐานของปอด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมอย่างช้าๆเป็นเสียง ตัวเอส (S) เมื่อลมออกหมด กระบังลมจะคลายตัว กล้ามเนื้อหน้าท้องจะค่อยๆหดตัวแฟบลง ก่อนปฏิบัติซ้ำให้หยุดรอให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย แล้วปฏิบัติซ้ำไปเรื่อยๆ เน้นการควบคุมลมให้ค่อยๆผ่อนไปอย่างช้าๆและสม่ำเสมอ
การฝึกในลักษณะเช่นนี้มีผลโดยตรง ต่อผู้ที่ต้องการลากเสียงร้องให้ได้ยาว นิ่ง ไม่แกว่งไปมา

ข้อสังเกตุ : กระบังลมจะมีการขยับตัวเล็กน้อย ในขณะที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscles) ทำงานอยู่นั้น อาจเกิดอาการ เกร็ง ตึง หรือเจ็บบริเวณ กล้ามเนื้อส่วนหลังบ้าง เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscles) กับกล้ามเนื้อส่วนหลัง (Back muscles) เป็นกล้ามเนื้อผืนเดียวกัน การฝึกหายใจด้วยวิธีดังกล่าวเป็นประจำจะทำให้เราสามารถกักเก็บลมไว้ในส่วนของ Back muscles ได้อีกด้วย การหายใจด้วยวิธีดังกล่าว ไม่จำเป็นที่จะหายใจเข้าไปปริมาณมากๆจนเต็มจนเกินไป (Force) โดยหวังว่าจะเป็นการให้กระบังลมขยายตัวมากๆ เพราะวิธีที่ถูกคือการหายใจเข้าไปอย่างพอดี แล้วฝึกฝนทักษะการหายใจเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=547125

ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์มีโทนเสียงที่แตกต่างกัน บางคนมีเสียงต่ำ บางคนมีเสียงระดับปานกลาง บางคนมีเสียงสูงแหลม อีกทั้งคุณภาพเสียงของชายและหญิงก็ยังมีการแบ่งที่แตกต่างกันออกไป ชายที่มีระดับเสียงในเกณฑ์สูง เรียกว่า Tenor ระดับกลางเรียกว่า Baritone และระดับต่ำเรียกว่า Bass ส่วนผู้หญิงที่มีระดับเสียงสูงเรียกว่า Soprano ระดับเสียงกลางเรียกว่า Mezzo Soprano และเสียงระดับต่ำเรียกว่า Contralto

โทนของเสียงสามารถแบ่งได้อย่างคร่าวๆตามลักษณะทางกายภาพ ได้ 3 โทน คือ Chest Tone, Mouth Tone,และ Head Tone (เสียงต่ำ,กลาง,สูง)

โทนเสียงต่ำ (Chest Tone) เป็นการขับร้องในระดับเสียงต่ำ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาได้ง่ายที่สุด โดยจะรู้สึกสั่นสะเทือนบริเวณหน้าอก เสียงที่ได้จะมีความกังวาล ทุ้ม ใหญ่ เป็นโทนที่แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกสุขุม, รอบคอบ, เศร้า ลักษณะของเนื้อเสียงจะเหมือนกับเสียงพูดปกติของชาวตะวันตก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณ หน้าท้องถึงบริเวณริมฝีปากล่าง

โทนเสียงกลาง (Mouth Tone) เป็นโทนเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์ที่ปกติ สบายๆ เมื่อปล่อยเสียงจะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนบริเวณช่องปาก และในโพรงอากาศบริเวณจมูก ลักษณะของเนื้อเสียงจะเหมือนกับเสียงพูดปกติของชาวตะวันออก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณ ริมฝีปากถึงโหนกแก้ม

โทนเสียงสูง (Headtone) เป็นโทนเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์ที่ดีใจสุดๆ เสียใจสุดๆ สนุกสนาน เป็นการขับร้องในเสียงสูงระดับเทนเนอร์ และ โซปราโน ขณะเปล่งเสียงจะรู้สึกสั่นสะเทือนก้องบริเวณ เหนือลิ้นไก่และพริ้วไปตามส่วนหลังของศรีษะ เกิดความก้องกังวานในโพรงกระโหลกศรีษะแผ่กระจายมาถึงโพรงอากาศบริเวณหน้าผาก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณหว่างคิ้ว

การออกเสียง
เมื่อเรารู้จักวิธีการหายใจที่ถูกต้องและ รู้จักการใช้โทนเสียงในลักษณะต่างๆแล้ว การปล่อยเสียงให้ออกมาอย่างมีคุณภาพ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต้องศึกษา ในการร้องเพลงให้ได้เนื้อเสียงที่มีคุณภาพ สามารถทำได้ด้วยการเปิดทางให้การส่งลมผ่านอวัยวะต่างๆตั้งแต่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง กระบังลม หลอดลม เส้นเสียงมาจนถึงช่องคอได้สะดวก สิ่งที่จำเป็นต่อการทำให้เสียงที่เราปล่อยออกมามีคุณภาพได้ความกังวาน (Resonance) นั้นคือการเปิดคอ
การเปิดคอ หมายถึง การทำให้ช่องคอของเราขยายออก ได้ความรู้สึกโล่งกว้าง เพื่อเป็นการเปิดทางให้ลมสามารถผ่านออกมาได้อย่างสะดวก ไม่ถูกปิดกั้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มเนื้อที่ในช่องคอให้เสียงที่เปล่งออกมาเกิดความก้องกังวาน ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการวางลิ้นให้ถูกตำแหน่ง ไม่ถูกยกขึ้นมาปิดกั้นช่องคอ

ข้อสังเกตุ : ให้นึกถึงลักษณะลำคอเวลาหาว ช่องคอจะถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลมสามารถผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ลิ้นถูกกดลง หากสามารถบังคับให้อวัยวะดังกล่าวเป็นไปตามต้องการได้ โดยไม่เกิดอาการเกร็งจะทำให้ช่องคอเปิดออก พร้อมที่จะทำการปล่อยเสียงที่ได้ความกังวาน

ขอให้มีความสุขกับการหัดร้องเพลงนะครับ..เรียงตามเว็บ...บทที่ 1-3

==========**************++++++=============
http://community.thaiware.com/thai/index.php?showtopic=292601
# ฝึกร้องเพลงกันเถอะ #

1. เคล็ดลับในการหายใจ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดร้องเพลง เพราะมักจะหายใจไม่ทันและเหนื่อย ร้องแล้วบางทีลมไม่พอ ทำให้เสียงขาดหาย

ตอบ การหายใจที่ถูกต้องคือ การเก็บลมที่กระบังลม พองรับลมเก็บลมเข้าไว้ ใช้ลมจากกระบังลม Control ให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ถ้าเปลี่ยนวิธีการหายใจมาใช้กระบังลมได้ บางทีน้องจะหายใจง่ายขึ้น เพราะการหายใจด้วยกระบังลม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการเก็บลมให้เต็ม

--------------------------------------------------------------------------------
2. รู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองไม่มีพลัง ควรทำไงดี อีกอย่างหนึ่งการที่จะร้องเพลงให้มีทั้งน้ำเสียงและ feelling ที่ดีควรทำอย่างไร

ตอบ ต้องรู้จัก Project เสียง เริ่มจากรู้จักการบังคับกระบังลม อย่างเช่น การบังคับกระบังลมเนี่ย เราหายใจเข้าเก็บลม กระบังลมพองเต็มที่แล้ว ปล่อยเสียง เราบังคับกระบังลมให้ Project เสียงทีเดียว ให้มีพลัง เราทำได้แล้ว เราจะเริ่ม Project เสียง บังคับกระบังลมได้นะ มันมีวิธีการฝึกฝน แบบฝึกหัดเยอะแยะ อย่างเช่น Sit Up หรือว่า เพิ่มพลังให้กระบังลม ยกน้ำหนักกระบังลม น้องๆ ก็คงต้องเน้นที่กระบังลม เก็บลมและ Control ได้เต็มที่ จะทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
3. ร้องเพลงแล้วรู้สึกเหมือนเสียงสั่นๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ตอบ เสียงสั่นมี 2 กรณีนะครับ - คือเกร็ง เวลาร้องเพลงแล้วเกร็ง เส้นเสียงมันจะตึง ทำให้สั่นสะเทือนไม่ได้เต็มที่ - อีกอันหนึ่งก็คือ ลมที่ใช้บังคับให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นต้องลองเช็คดูว่า ลมพอรึเปล่า หรือว่าน้องร้องเกร็ง แล้วก็แก้ไขที่จุดนั้นๆ

--------------------------------------------------------------------------------
4. ผมเป็นคนที่ร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ ทำอย่างไรให้สามารถร้องเสียงสูงได้บ้างครับ โดยเฉพาะเพลงพี่เบิร์ดร้องยากมาก ถ้าจะร้องให้ได้ตามคีย์เสียงพี่เขานั้นยากมากสำหรับผม

ตอบ จริง ๆ แล้ว อย่างที่บอกว่าการร้องเพลง เสียงจะถูกกำหนดโดยสรีระร่างกายคนเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอยากจะเป็นคนอีกคนนึง มันก็ยาก แต่มันก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้ จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธี หายใจให้ถูกต้อง รูปปากถูกต้อง ค่อย ๆ Vocalize เสียงให้สูงขึ้น แต่ยังไงก็ตาม คนบางคนก็อาจจะไม่สามารถร้องได้ เพราะระดับของเสียงมันถูกกำหนดโดยสรีระร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงพี่เบิร์ด ก็อาจจะต้องลดคีย์ลงมาดีกว่า อย่าไปบังคับให้เสียงสูงขึ้นโดยการตะโกน มันจะทำให้เสียงเสีย

--------------------------------------------------------------------------------
5. วิธีการร้องเสียงหลบเป็นยังไง มีเทคนิคในการร้องแบบไหน แล้วร้องยากไหม

ตอบ การร้องเสียงหลบนี่ก็คือเสียง Head Tone ค่ะ วิธีการร้องก็ต้องเปิดคอ ก็คือให้คอ เราเป็นโพรง แล้วโยนเสียงขึ้นไปให้ก้องกังวานอยู่บริเวณที่เป็น Head Tone จริง ๆ ถามว่าร้องยากมั้ย ไม่ยากนะ แต่จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธีนิดนึง แล้วก็มีครูที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะ

--------------------------------------------------------------------------------
6. ร้องเพลงไม่ค่อยเข้ากับดนตรีเลย เป็นคนเสียงต่ำทำให้ร้องเพลงเสียงสูงไม่ได้ พอร้องเสียงมันจะขาดไป อยากร้องเพลงเสียงสูงได้ และการร้องแบบมีลูกคอทำยังไงคะ อยากมีลูกคอเหมือนกับนักร้องดังๆบ้าง ควรฝึกยังไง

ตอบ อยากร้องเสียงสูงได้ต้องฝึกนะ ก็คือฝึกการวอร์มเสียงด้วย แล้วก็จะต้องมี ครูที่ชำนาญช่วยในการ ฝึกฝน อย่างที่พี่แอนบอกว่า เสียงจะถูก Limit ด้วยสรีระร่างกาย เรา ดังนั้นการที่จะยืดให้เสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงจะต้องมีคนที่มีประสบการณ์มี ความรู้มากกว่าที่จะช่วยยืดเสียงนั้น ร้องแบบมีลูกคอทำยังไง? ลูกคอ คือการสั่นสะเทือนเราเรียกว่า Vibration ค่ะ เพราะฉะนั้นลูกคอก็คือการสั่นสะเทือนของโน้ต 2 ตัว ให้หาโน้ต 2 ตัว ลองฝึกฝนร้องจากโน้ตแต่ละโน้ต อย่างสมมุติ \"มีฟ้า มีฟ้า มีฟ้า…\" เราร้องให้เร็วขึ้น แล้วมันจะเกิดลูกคอได้

--------------------------------------------------------------------------------
7. อยากทราบเทคนิคการร้องแบบ R&B ว่าทำยังไงค่ะ แล้วก็สนใจอยากร้องให้ได้แบบ Mariah (แบบหอนๆ หน่อย) อยากรู้ว่าหัดยังไง

ตอบ คนที่ร้อง R&B ได้จะต้องเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะๆ แล้วก็รู้จักการใช้โน้ตหลายๆ ตัว แทนที่จะร้องลากเสียงแค่โน้ตเดียว ก็จะเปลี่ยนโน้ตไปเรื่อยๆ มันจะมีสเกลหลายสเกลที่จะใช้ฝึกนะคะ อย่างเช่น Melodic Scale คือสเกลที่เป็นเครื่องเสียงหมดเลย ฝึกอันนี้ก็ได้ หรือว่าฟังเพลงเยอะๆ ก็ได้
--------------------------------------------------------------------------------
8. เพื่อนๆมักจะบอกว่า ผมร้องเพลงสมูทมากๆ คือเรียบหมดทั้งเพลง ไม่มีสูง-ต่ำ ทั้งๆที่ผมรู้สึกว่าผมออกเสียงสูงต่ำชัด อาการของผมคือ ร้องเสียงต่ำปั๊บ ล่มทันที คือร้องได้ แต่ว่าไม่ค่อยมีคีย์ เสียงสูง ก็สูงมากไม่ได้ เพราะเสียงผมขาดพลัง ลงต่ำไม่ค่อยได้ แต่เพื่อนบอกว่าผมเนื้อเสียงดีนะ ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ตอบ เป็นเสียงโมโนโทน คือร้องเสียงคีย์เดียวกันตลอด ปัญหาคงอยู่ที่ ear training คือปัญหาของการรับฟัง เพราะถ้าเรามีประสาทหูที่ดีเราจะรับฟังเสียงสูงและเสียงต่ำ แล้วก็สามารถทำตามได้จากสิ่งที่ได้ยิน เพราะฉะนั้น ของน้องคงต้องเริ่มตั้งแต่ ear training ก่อน คือฝึกประสาทรับฟังที่ถูกต้องก่อน เพื่อจะได้จับเสียงสูง-เสียงต่ำ และความแตกต่างของเสียงได้ เนื้อเสียงดีก็ดีแล้วค่ะ แต่จริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างของการร้องเพลง คือประสาทรับฟัง

--------------------------------------------------------------------------------
9. \"เอกลักษณ์การร้องเพลงที่เป็นตัวของตัวเอง\" ฟังแล้วเหมือนง่าย แต่ยากจังนะคะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเอกลักษณ์ของเราคืออะไร เพราะอย่างหนูเองเวลาร้องตามนักร้อง หนูมักจะหัดออกเสียงตามแบบที่เขาร้อง แรกๆหนูก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะ แต่พอมาฟังคนพูดเยอะๆว่า นักร้องคนนี้ ร้องเพลงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี ก็เลยฉุกคิดว่า แล้วเราล่ะมีเอกลักษณ์การร้อง เป็นของตัวเองบ้างหรือเปล่า

ตอบ จริงๆแล้วเอกลักษณ์ มันก็คือเทคนิคในการร้องเพลง อย่างที่เวลาน้องร้องเพลงตามศิลปินคนอื่นๆ เขาจะมีเทคนิคแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ทีนี้การใช้เทคนิคในคำแต่ละคำในเพลง มันอาจจะมีหลายเทคนิค ที่จะใช้กับคำๆนั้น ถ้าน้องสามารถหาวิธีที่น้องถนัด แล้วก็ลงไปร้องคำกับคำๆนั้นให้เหมาะสม มันก็จะเป็นเทคนิค ส่วนตัวของเราได้ ซึ่งตรงนี้เป็นขั้น advance แต่จริงๆแล้วถ้าฟังเพลงเยอะๆ เราก็จะจับเทคนิคได้ ถ้าจะให้แนะนำก็ลองปรึกษาหรือลองไปเรียนกับครู ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะได้พัฒนาเทคนิคของตัวเองขึ้นไป แล้วจะได้เข้าใจว่าอะไรคือเอกลักษณ์ของตัวเอง

--------------------------------------------------------------------------------
10. อยากทราบวิธีวอร์มเสียงก่อนขึ้นเวทีค่ะ

ตอบ วิธีการวอร์มเสียงง่ายๆ วอร์มสเกล เมเจอร์สเกล โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด หรือว่าเป็นอาเพ็จจิโอ โด มีซอล โด ซอล มี โด อะไรอย่างเนี้ย แล้วก็ค่อยไล่สเกลขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยได้ หรือว่าเป่าลม เป่าปาก ก็จะช่วยรีแล็กซ์กล้ามเนื้อที่ปาก ที่คาง ที่ขากรรไกรได้ อาจจะวอร์มร่างกายให้อบอุ่นด้วยอีกอย่างหนึ่งก็ดี

--------------------------------------------------------------------------------
11. การร้องเพลงร็อคควรใช้เสียงประมาณไหนครับ

ตอบ การร้องเพลงทุกเพลง ต้องเริ่มต้นที่การร้องเต็มเสียง เต็มเสียงยังไง? หมายความว่าเต็มเนื้อเสียงที่เราใช้ในการพูด เป็นเสียงมาตรฐานของการร้องให้เต็มเสียง เพลงร็อคก็ควรจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเพลงร็อคของน้อง อาจจะเป็นไฮร็อก หรือว่าเฮฟวี่เมทัล อาจจะต้องใช้เสียงมากกว่านั้น ซึ่งอาจจะต้องมีครูแนะนำ เพราะว่าบางทีถ้าใช้เสียงผิดวิธี มันจะทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ แต่ว่าเริ่มร้องเพลงเนี่ย ควรจะร้องให้เต็มเสียงก่อนแล้วกัน

--------------------------------------------------------------------------------
12. อยากร้องเพลงเก่ง มีปัญหาตอนที่ร้องเสียงสูง เสียงจะเพี้ยนและแตกทุกครั้ง ตอนนี้ผมทำงานในด้านนี้ด้วย(ร้องเพลงที่ผับตอนกลางคืน) ช่วยบอกวิธีให้ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบ 1. เบสิค คือการหายใจที่ถูกต้อง ประสาทรับฟังที่ถูกต้อง รูปปากที่ถูกต้อง 2. ริธึ่มมิค คือ จังหวะที่ดี 3. เทคนิค คือ การร้องอย่างมีสไตล์ มีเทคนิคเป็นของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงเก่งๆ พี่ว่ากลับไปที่เบสิคของการร้องเพลง ต้องเช็คว่าหายใจถูกต้องหรือยัง? หายใจด้วยกระบังลมหรือเปล่า? รูปปากถูกต้องชัดเจนหรือยัง? เพราะว่าบางทีถ้าร้องเสียงสูงแล้วเสียงไม่ถึง มันมี 2 กรณีคือ เสียงไม่ถึงเพราะลมไม่พอ กับอีกกรณีหนึ่งคือร้องไม่ถึง เพราะว่ามันสูงเกินเร้นจ์(Range)ของเสียงเราเกินไป เพราะฉะนั้นต้องเช็คให้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วก็แก้ไขที่สาเหตุนั้น ถ้าร้องไม่ถึง ร้องเพี้ยนหรือเสียงแตก เพราะว่าลมไม่พอ อาจจะเป็นเพราะว่าเบสิคของการใช้ลมหายใจเราผิด ต้องไปปรับแต่งตรงนั้นให้ได้

--------------------------------------------------------------------------------
13. ทำยังไงเสียงของเราถึงจะใสและฟังเพราะ ไม่ตํ่าหรือสูงเกินไป

ตอบ จริงๆการร้องเพลงมันต้องร้องตามเมโลดี้ ถ้าเมโลดี้มันต่ำหรือมันสูงก็ต้องร้องตามนั้น ทำยังไงให้เสียงใสตลอดเวลา ก็คงจะต้องอยู่ที่วิธีการรับประทานอาหาร สุขลักษณะ โภชนาการ แล้วก็การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เต็มที่

--------------------------------------------------------------------------------
14. เวลาร้องคอรัสทำอย่างไร? ไม่ให้หลงไปกับ line ของเมโลดี้

ตอบ อันนี้ต้องฝึกที่ ear training นะคะ เพราะว่าถ้าประสาทรับฟังของเราดี ไม่ว่าจะมีเสียงอะไรมารบกวน เราก็จะไม่เป๋ไปตามเสียงนั้น ต้องฝึก ear training แล้วก็ต้องฝึกสมาธิในการร้องเพลง ซึ่งในการร้องเพลง เราต้องคิดหลายๆเรื่องพร้อมๆกัน เราจะต้องแยกประสาทส่วนต่างๆในการควบคุมตัวเองให้ได้ ถ้าเราฝึกตรงนี้ได้ มันจะช่วยให้เราร้องคอรัสได้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญต้องเริ่มที่ ear training ก่อน

--------------------------------------------------------------------------------
15. หนูมีปัญหาอยากถามพี่ดังนี้ คือเวลาที่ร้องเพลง(หนูเป็นนักร้องและนักดนตรี) ขึ้นเสียงสูงมาก ๆ เมื่อก่อนจะร้องไม่ได้ ปัจจุบันร้องได้แล้ว แต่จะมีปัญหาว่า ตอนช่วงเย็นถึงหัวค่ำ จะร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ คือเหมือนกับเสียงจะแหบ แต่ว่ายิ่งดึก เสียงจะยิ่งใสขึ้นมากๆ คนอื่นมีปัญหาแบบนี้บ้างมั้ย หนูจะร้องเพลงตั้งแต่ช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน คืนหนึ่งร้องถึง 30 เพลงรวด มีเบรค 1 ชั่วโมง และอยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้เสียงไม่แหบ

ตอบ ถ้าเราใช้เสียงเยอะในช่วงกลางคืน ยิ่งดึกมันก็จะเหมือนคนทั่วไป คือตอนเช้าเพิ่งตื่นขึ้นมาเสียงจะแหบ แล้วเสียงมันจะค่อยวอร์มไปเรื่อยๆ คือค่อยๆทำงานไปเรื่อยๆ จนประมาณเที่ยงวัน พอถึงตอนเย็นเสียงมันก็จะใสเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าน้องร้องเพลงกลางคืน น้องก็ต้องเปลี่ยนลักษณะการนอน การกินอยู่ เป็นนอนตอนกลางวันให้เต็มที่ เท่ากับคนทั่วไปที่เขานอนตอนกลางคืน แล้วตื่นขึ้นมาก็จะมีระยะเวลา ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน อาจจะพูดคุยกับเพื่อนให้เสียงมันเข้าที่ ก่อนที่จะไปทำงานตอน 2 ทุ่ม ไม่ใช่ว่าน้องตื่น 6 โมงเย็น แล้วรีบอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานตอน 2 ทุ่มเลย เสียงจะยังไม่มา มันต้องให้ระยะเวลาในการตื่น ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน จริงๆก็คือต้องเปลี่ยนวิธีการนอน เปลี่ยนวิธีการกินอยู่ ชีวิตประจำวันให้ต่างจากคนทั่วไป ถ้าไม่อยากให้เสียงแหบ หรือว่าใช้เสียงให้ถูกประเภท หายใจให้ถูกต้อง เบสิคในการร้องเพลงต้องถูกต้อง มันจะช่วยให้การร้องเพลงสบายขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
16. อยากทราบว่ารูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงหรือไม่ ถ้าผมอ้วนนี่จะมีส่วนต่อการร้องเพลงหรือเปล่าครับ แล้วมีผลอย่างไรบ้าง

ตอบ รูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงอยู่แล้ว เพราะว่าเสียงในการร้องเพลง เกิดจาก 3 ส่วนในร่างกายของคนเรา ส่วนที่1 เราเรียกว่า เชสโทน คือทรวงอก ส่วนที่ 2 เราเรียกว่า เม้าธ์โทน คือโพรงปาก ส่วนที่ 3 เราเรียกว่า เฮดโทน คือโพรงสมอง ร่างกายของคนเรา สรีระแต่ละส่วนจะเป็นตัวกำหนดให้เสียงต่างกันไป อย่างเช่น ทรวงอก คนที่รูปร่างใหญ่จะร้องเสียงต่ำ มีพลังได้ดีกว่าคนที่ผอม หรือว่าคนที่มีโพรงสมอง อย่างเช่น พวกคนผิวดำหน้าผากเขาจะโหนกขึ้นมานิดหนึ่ง จะทำให้ช่วยในการร้องเสียงสูงได้ เพราะฉะนั้นสรีระร่างกายเป็นตัวกำหนดการร้องเพลง แต่จริงๆแล้วถ้าได้เรียนรู้หรือฝึกฝนเพิ่มเติม ก็จะช่วยยืดเร้นจ์ของเสียง หรือระดับระยะห่างของเสียงให้กว้างขึ้นได้

--------------------------------------------------------------------------------
17. จะทำยังไงให้เสียงคงที่ ไม่แกว่งครับ ต้องทำไงดี

ตอบ เก็บลมให้ดี และ Control เสียงด้วยลมจากกระบังลม
--------------------------------------------------------------------------------
18. ผมเรียนร้องเพลงเบื้องต้นอยู่ที่เชียงใหม่นะครับ ตอนนี้ใกล้จะจบคอร์สแล้ว แต่มีปัญหาว่าผม ร้องเพลงเสียงสูงๆ แล้วมักจะบีบเสียง ครูที่สอนบอกว่าผมเกร็งไป และเสียงผมชอบเป็นเสียง แฟลต จะทำอย่างไรดีครับ ช่วยแนะนำด้วย เพื่อการร้องเพลงของผมจะได้ไม่มีข้อผิดพลาดอีก

ตอบ ร้องเสียงสูงต้องเปิดคอและ Swing เสียงไปที่ Head Tone ลองให้ครูช่วยด้วย

--------------------------------------------------------------------------------
19. อยากทราบว่าเราจะมี วิธีการร้องเพลงอย่างไรให้เสียงกว้างๆ

ตอบ หมั่น Vocalize เสียง จะช่วยยืดให้เสียงกว้างขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
20. เคล็ดลับการรักษาเสียง เคล็ดไม่ลับในการรักษาเสียงและร้องเพลงคืออะไร

ตอบ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

--------------------------------------------------------------------------------

21. เทคนิคการร้องแบบใช้เสียงลม การร้องเเบบใช้เสียงลม ถือว่าเป็นการร้องที่ผิดวิธีรึเปล่าครับ เพราะว่าร้องแบบไม่เต็มเสียง เห็นนักร้องบางคนนำมาใช้กัน

ตอบ เสียงลมถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง แต่ควรใช้เฉพาะบางคำในเพลงเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดทั้งเพลง เพราะจะทำให้ไม่มีพลังและ Control เสียงลำบาก

--------------------------------------------------------------------------------
22. ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆ ของตัวเอง เวลาร้องเพลงแล้วพยายามร้องให้เต็มเสียงทีไร คนที่บ้านก็จะบอกว่าฟังแล้วแสบแก้วหูบ้าง บอกว่าเราเสียงแหลมบ้าง แต่พอเราทำเสียงให้ soft ลงมาหน่อยเค้าฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นนะคะ แต่หนูก็รู้สึกว่าพอขึ้นเสียงสูงแล้วเสียงจะเหมือนคนเป็นหวัดค่ะ ตอนนี้ก็เลยสับสนว่าควรร้องยังไงให้ฟังออกมาดูไพเราะน่ะค่ะ เพราะหนูเป็นคนค่อนข้างเสียงแหลมค่ะ ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆของเราค่ะ

ตอบ ใช้เทียบจากเสียงพูดตัวเองก่อน จะได้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดเวลาร้องเพลง

--------------------------------------------------------------------------------
23. เวลาร้องเพลงจะรู้ได้อย่างไรว่า ควรให้เสียงลงคอ หรือขึ้นจมูกอย่างไร มากน้อยเพียงใด หรือว่าเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน

ตอบ เวลาร้องเพลง เสียงไม่ควรจะขึ้นจมูก เพราะว่าเวลาเสียงขึ้นจมูก คอมันจะปิด พอคอปิดเสียงจะแบน เสียงที่เราต้องการในการร้องเพลงก็คือเสียงกลม เสียงที่มาจากกำบังลมของเรา ทีนี้ก็คลิกเข้าไปดูในเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นการร้องเพลงมีวิธีง่ายๆก็คือ อย่าเรียกเสียงขึ้นคอหรือขึ้นจมูกดีกว่า เรียกว่าเราควรอ้าปากให้กว้างมากที่สุดเท่าที่สระตัวนั้นควรจะออกเสียงแบบ นั้น เพราะบางคนร้องเพลงไม่อ้าปาก เสียงจะขึ้นจมูกและเสียงแบน

--------------------------------------------------------------------------------
24. ร้องเพลงไม่ค่อยตรงคีย์ครับ ทำให้ไม่มั่นใจเลยเวลาจะต้องร้อง ต้องฝึกยังไงดีครับ

ตอบ ปัญหาร้องเพลงไม่ตรงคีย์ คนที่ร้องไม่ตรงคีย์ควรจะฝึกกับเครื่องดนตรี เป็นกีต้าร์หรือเปียโนนะคะ โดยเฉพาะเปียโนจะช่วยได้มาก กดโน้ตทีละตัวแล้วก็พยายามร้องให้เสียงเราตรงกับโน้ตที่เราได้ยิน ฝึกไปเรื่อยๆอย่าเพิ่งไปรีบร้องเพลง ฝึกโน้ตแต่ละตัวก่อน แล้วเมื่อไรที่เราเริ่มชินเสียงที่เราได้ยิน ให้เปล่งเสียงตามเสียงที่เราได้ยินได้ เราจะเริ่มร้องถูกคีย์ได้มากขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
25. เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก แต่พอมาร้องต่อหน้าคนอื่นหนูจะตื่นเต้นมาก ตอนนี้หนูก็พยายาม ร้องให้เพื่อนฟัง ก็พอจะร้องได้บ้าง แต่พอเวลามีงานทีไร พวกเพื่อนๆก็จะยุให้ขึ้นไปร้องบนเวที จะกลัวและตื่นเต้นจนร้องไม่ออก จะทำยังไงให้ร้องเพลงได้ และให้หายตื่นเต้นดี

ตอบ จริงๆแล้วคนที่ชอบร้องเพลง ถ้าตื่นเต้นมาก วิธีการทำให้คลายความตื่นเต้น ก็คือทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วก็ทำสมาธิให้จิตใจสงบลง ต้องเป็นคนที่ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ถ้าเราไม่อ่อนซ้อม ถึงเวลาที่เราต้องแสดงออก หรือต้องประกวด หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ และเราก็สามารถระงับความตื่นเต้นนั้นได้

การหายใจและการควบคุมลมในการร้องเพลง

.....เสียงของคนเราเกิดจาการหายใจเอาลมมาทำการสั่นสะเทือนเส้นเสียงนั้น เราอาจกล่าวได้อีกทางหนึ่งว่า การหายใจที่มีคุณภาพ คือเคล็ดลับในการทำให้เราสามารถใช้เสียงได้อย่างมีคุณภาพด้วย เพราะการที่เราสามารถควบคุมการหายใจได้ ก็เท่ากับว่าเราสามารถควบคุมลมที่จะมากระทบเส้นเสียงของเรา ให้เกิดเสียงได้ตามต้องการ ถ้าสามารถควบคุมการหายใจได้ เราก็สามารถควบคุมการผลิตเสียงให้นิ่ง เรียบ สามารถควบคุมช่วงประโยคของเพลง และสามารถควบคุมความหนักเบาของเสียงได้ ฉะนั้นหากเราได้รับการฝึกซ้อมในการหายใจอย่างถูกวิธีเป็นประจำแล้ว จะทำให้การขับร้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

อวัยวะที่สำคัญในการหายใจ ได้แก่
1. ปอด (Lungs) ภายในปอดจะมีถุงลมเล็กๆมากมาย มีหน้าที่ในการเก็บลมเพื่อนนำมาใช้ในการหายใจ,ฟอกโลหิต ฯลฯ โดยปกติคนเราไม่สามารถหายใจเข้าไปในถุงลมได้ครบทุกถุง แต่การร้องเพลงจำเป็นที่จะต้องฝึก เพื่อให้สามารถหายใจเข้าไปในถุงลมได้มากที่สุด
2. กระบังลม (Diaphram) กล้ามเนื้อผืนใหญ่ใต้ปอด ที่อยู่เหนือกระเพาะอาหาร ประกอบด้วยซี่โครง และกล้ามเนื้อส่วนชองหน้าท้อง กระบังลมเป็นอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งที่เราสามารถบังคับให้ช่วยปอดในการกักเก็บลมได้มากขึ้น เมื่อเราหายใจเข้าปอด ซี่โครงจะขยายตัวเพราะถูกดึงโดนกล้ามเนื้อที่ติดอยู่กับหัวไหล่ เมื่ออากาศเข้าสู่ปอด กระบังลมต้องเคลื่อนตัวลงต่ำ และจะมีหน้าที่ดันอวัยวะภายในช่องท้องมิให้เคลื่อนตัวขึ้นตามการขยายตัวของซี่โครง เพื่อที่จะสามารถกักเก็บลมได้มากๆ

ภาพกระบังลมขณะปกติ และขณะหายใจเข้า

ภาพลักษณะการทำงานของกระบังลม (Diaphram) ซ้ายขณะปกติ, ขวา=ขณะหายใจเข้า

3. ซี่โครง เมื่อเราหายใจเข้า ปอดจะขยายตัวออก และเมื่อปอดขยายตัวออกจะไปดันให้ซี่โครงเกิดการขยายตัว โดยการขยายตัวของซี่โครงนั้นจะขยายจากด้านล่างก่อน
4. กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front Muscles) มีหน้าที่บังคับลมเข้าออกในปริมาณน้อยไปหามาก ดังนั้นการออกเสียงในลักษณะ จากเสียงค่อยไปหาเสียงดัง หรือเสียงแคบไปหากว้างนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้อวัยวะส่วนนี้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อเราหายใจเข้า กล้ามเนื้อหน้าท้องจะขยายตัวออกมาทางด้านหน้า การหายใจออกจะเกิดจากการที่ปอดหดตัวลง ซี่โครงกลับคืนสู่ตำแหน่งปกติ กระบังลมยกตัวขึ้นกลับเข้าที่ กล้ามเนื้อหน้าท้องหดตัวลง

ภาพแสดงการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลม (ซ้าย=ขณะหายใจเข้า, ขวา=ขณะหายใจออก)

การฝึกหายใจในลักษณะลึกถึงกระบังลม
ยืนตัวตรง หลัง ไหล่และศรีษะ ตั้งตรง แยกเท้าออกจากันเล็กน้อยพอสบาย มือเท้าสะเอวไว้ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านหลัง นิ้วที่เหลือวางอยู่ที่กล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงซี่ล่างๆ หายใจเข้าลึกๆ (ทางปาก 80 % จมูก 20 %) พยายามให้รู้สึกว่าลมลงไปถึงฐานของปอด จากนั้นค่อยๆผ่อนลมอย่างช้าๆเป็นเสียง ตัวเอส (S) เมื่อลมออกหมด กระบังลมจะคลายตัว กล้ามเนื้อหน้าท้องจะค่อยๆหดตัวแฟบลง ก่อนปฏิบัติซ้ำให้หยุดรอให้กล้ามเนื้อรู้สึกผ่อนคลาย แล้วปฏิบัติซ้ำไปเรื่อยๆ เน้นการควบคุมลมให้ค่อยๆผ่อนไปอย่างช้าๆและสม่ำเสมอ
การฝึกในลักษณะเช่นนี้มีผลโดยตรง ต่อผู้ที่ต้องการลากเสียงร้องให้ได้ยาว นิ่ง ไม่แกว่งไปมา

ข้อสังเกตุ : กระบังลมจะมีการขยับตัวเล็กน้อย ในขณะที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscles) ทำงานอยู่นั้น อาจเกิดอาการ เกร็ง ตึง หรือเจ็บบริเวณ กล้ามเนื้อส่วนหลังบ้าง เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Front muscles) กับกล้ามเนื้อส่วนหลัง (Back muscles) เป็นกล้ามเนื้อผืนเดียวกัน การฝึกหายใจด้วยวิธีดังกล่าวเป็นประจำจะทำให้เราสามารถกักเก็บลมไว้ในส่วนของ Back muscles ได้อีกด้วย การหายใจด้วยวิธีดังกล่าว ไม่จำเป็นที่จะหายใจเข้าไปปริมาณมากๆจนเต็มจนเกินไป (Force) โดยหวังว่าจะเป็นการให้กระบังลมขยายตัวมากๆ เพราะวิธีที่ถูกคือการหายใจเข้าไปอย่างพอดี แล้วฝึกฝนทักษะการหายใจเป็นประจำ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=547125

ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์มีโทนเสียงที่แตกต่างกัน บางคนมีเสียงต่ำ บางคนมีเสียงระดับปานกลาง บางคนมีเสียงสูงแหลม อีกทั้งคุณภาพเสียงของชายและหญิงก็ยังมีการแบ่งที่แตกต่างกันออกไป ชายที่มีระดับเสียงในเกณฑ์สูง เรียกว่า Tenor ระดับกลางเรียกว่า Baritone และระดับต่ำเรียกว่า Bass ส่วนผู้หญิงที่มีระดับเสียงสูงเรียกว่า Soprano ระดับเสียงกลางเรียกว่า Mezzo Soprano และเสียงระดับต่ำเรียกว่า Contralto

โทนของเสียงสามารถแบ่งได้อย่างคร่าวๆตามลักษณะทางกายภาพ ได้ 3 โทน คือ Chest Tone, Mouth Tone,และ Head Tone (เสียงต่ำ,กลาง,สูง)

โทนเสียงต่ำ (Chest Tone) เป็นการขับร้องในระดับเสียงต่ำ เป็นเสียงที่เปล่งออกมาได้ง่ายที่สุด โดยจะรู้สึกสั่นสะเทือนบริเวณหน้าอก เสียงที่ได้จะมีความกังวาล ทุ้ม ใหญ่ เป็นโทนที่แสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกสุขุม, รอบคอบ, เศร้า ลักษณะของเนื้อเสียงจะเหมือนกับเสียงพูดปกติของชาวตะวันตก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณ หน้าท้องถึงบริเวณริมฝีปากล่าง

โทนเสียงกลาง (Mouth Tone) เป็นโทนเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์ที่ปกติ สบายๆ เมื่อปล่อยเสียงจะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนบริเวณช่องปาก และในโพรงอากาศบริเวณจมูก ลักษณะของเนื้อเสียงจะเหมือนกับเสียงพูดปกติของชาวตะวันออก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณ ริมฝีปากถึงโหนกแก้ม

โทนเสียงสูง (Headtone) เป็นโทนเสียงที่แสดงออกถึงอารมณ์ที่ดีใจสุดๆ เสียใจสุดๆ สนุกสนาน เป็นการขับร้องในเสียงสูงระดับเทนเนอร์ และ โซปราโน ขณะเปล่งเสียงจะรู้สึกสั่นสะเทือนก้องบริเวณ เหนือลิ้นไก่และพริ้วไปตามส่วนหลังของศรีษะ เกิดความก้องกังวานในโพรงกระโหลกศรีษะแผ่กระจายมาถึงโพรงอากาศบริเวณหน้าผาก ตำแหน่งเสียงทางกายภาพจะอยู่ที่บริเวณหว่างคิ้ว

การออกเสียง
เมื่อเรารู้จักวิธีการหายใจที่ถูกต้องและ รู้จักการใช้โทนเสียงในลักษณะต่างๆแล้ว การปล่อยเสียงให้ออกมาอย่างมีคุณภาพ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำเป็นต้องศึกษา ในการร้องเพลงให้ได้เนื้อเสียงที่มีคุณภาพ สามารถทำได้ด้วยการเปิดทางให้การส่งลมผ่านอวัยวะต่างๆตั้งแต่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง กระบังลม หลอดลม เส้นเสียงมาจนถึงช่องคอได้สะดวก สิ่งที่จำเป็นต่อการทำให้เสียงที่เราปล่อยออกมามีคุณภาพได้ความกังวาน (Resonance) นั้นคือการเปิดคอ
การเปิดคอ หมายถึง การทำให้ช่องคอของเราขยายออก ได้ความรู้สึกโล่งกว้าง เพื่อเป็นการเปิดทางให้ลมสามารถผ่านออกมาได้อย่างสะดวก ไม่ถูกปิดกั้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มเนื้อที่ในช่องคอให้เสียงที่เปล่งออกมาเกิดความก้องกังวาน ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการวางลิ้นให้ถูกตำแหน่ง ไม่ถูกยกขึ้นมาปิดกั้นช่องคอ

ข้อสังเกตุ : ให้นึกถึงลักษณะลำคอเวลาหาว ช่องคอจะถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลมสามารถผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ลิ้นถูกกดลง หากสามารถบังคับให้อวัยวะดังกล่าวเป็นไปตามต้องการได้ โดยไม่เกิดอาการเกร็งจะทำให้ช่องคอเปิดออก พร้อมที่จะทำการปล่อยเสียงที่ได้ความกังวาน

ขอให้มีความสุขกับการหัดร้องเพลงนะครับ..เรียงตามเว็บ...บทที่ 1-3

==========**************++++++=============
http://community.thaiware.com/thai/index.php?showtopic=292601
# ฝึกร้องเพลงกันเถอะ #

1. เคล็ดลับในการหายใจ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดร้องเพลง เพราะมักจะหายใจไม่ทันและเหนื่อย ร้องแล้วบางทีลมไม่พอ ทำให้เสียงขาดหาย

ตอบ การหายใจที่ถูกต้องคือ การเก็บลมที่กระบังลม พองรับลมเก็บลมเข้าไว้ ใช้ลมจากกระบังลม Control ให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ถ้าเปลี่ยนวิธีการหายใจมาใช้กระบังลมได้ บางทีน้องจะหายใจง่ายขึ้น เพราะการหายใจด้วยกระบังลม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการเก็บลมให้เต็ม

--------------------------------------------------------------------------------
2. รู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองไม่มีพลัง ควรทำไงดี อีกอย่างหนึ่งการที่จะร้องเพลงให้มีทั้งน้ำเสียงและ feelling ที่ดีควรทำอย่างไร

ตอบ ต้องรู้จัก Project เสียง เริ่มจากรู้จักการบังคับกระบังลม อย่างเช่น การบังคับกระบังลมเนี่ย เราหายใจเข้าเก็บลม กระบังลมพองเต็มที่แล้ว ปล่อยเสียง เราบังคับกระบังลมให้ Project เสียงทีเดียว ให้มีพลัง เราทำได้แล้ว เราจะเริ่ม Project เสียง บังคับกระบังลมได้นะ มันมีวิธีการฝึกฝน แบบฝึกหัดเยอะแยะ อย่างเช่น Sit Up หรือว่า เพิ่มพลังให้กระบังลม ยกน้ำหนักกระบังลม น้องๆ ก็คงต้องเน้นที่กระบังลม เก็บลมและ Control ได้เต็มที่ จะทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
3. ร้องเพลงแล้วรู้สึกเหมือนเสียงสั่นๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ตอบ เสียงสั่นมี 2 กรณีนะครับ - คือเกร็ง เวลาร้องเพลงแล้วเกร็ง เส้นเสียงมันจะตึง ทำให้สั่นสะเทือนไม่ได้เต็มที่ - อีกอันหนึ่งก็คือ ลมที่ใช้บังคับให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นต้องลองเช็คดูว่า ลมพอรึเปล่า หรือว่าน้องร้องเกร็ง แล้วก็แก้ไขที่จุดนั้นๆ

--------------------------------------------------------------------------------
4. ผมเป็นคนที่ร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ ทำอย่างไรให้สามารถร้องเสียงสูงได้บ้างครับ โดยเฉพาะเพลงพี่เบิร์ดร้องยากมาก ถ้าจะร้องให้ได้ตามคีย์เสียงพี่เขานั้นยากมากสำหรับผม

ตอบ จริง ๆ แล้ว อย่างที่บอกว่าการร้องเพลง เสียงจะถูกกำหนดโดยสรีระร่างกายคนเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอยากจะเป็นคนอีกคนนึง มันก็ยาก แต่มันก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้ จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธี หายใจให้ถูกต้อง รูปปากถูกต้อง ค่อย ๆ Vocalize เสียงให้สูงขึ้น แต่ยังไงก็ตาม คนบางคนก็อาจจะไม่สามารถร้องได้ เพราะระดับของเสียงมันถูกกำหนดโดยสรีระร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงพี่เบิร์ด ก็อาจจะต้องลดคีย์ลงมาดีกว่า อย่าไปบังคับให้เสียงสูงขึ้นโดยการตะโกน มันจะทำให้เสียงเสีย

--------------------------------------------------------------------------------
5. วิธีการร้องเสียงหลบเป็นยังไง มีเทคนิคในการร้องแบบไหน แล้วร้องยากไหม

ตอบ การร้องเสียงหลบนี่ก็คือเสียง Head Tone ค่ะ วิธีการร้องก็ต้องเปิดคอ ก็คือให้คอ เราเป็นโพรง แล้วโยนเสียงขึ้นไปให้ก้องกังวานอยู่บริเวณที่เป็น Head Tone จริง ๆ ถามว่าร้องยากมั้ย ไม่ยากนะ แต่จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธีนิดนึง แล้วก็มีครูที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะ

--------------------------------------------------------------------------------
6. ร้องเพลงไม่ค่อยเข้ากับดนตรีเลย เป็นคนเสียงต่ำทำให้ร้องเพลงเสียงสูงไม่ได้ พอร้องเสียงมันจะขาดไป อยากร้องเพลงเสียงสูงได้ และการร้องแบบมีลูกคอทำยังไงคะ อยากมีลูกคอเหมือนกับนักร้องดังๆบ้าง ควรฝึกยังไง

ตอบ อยากร้องเสียงสูงได้ต้องฝึกนะ ก็คือฝึกการวอร์มเสียงด้วย แล้วก็จะต้องมี ครูที่ชำนาญช่วยในการ ฝึกฝน อย่างที่พี่แอนบอกว่า เสียงจะถูก Limit ด้วยสรีระร่างกาย เรา ดังนั้นการที่จะยืดให้เสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงจะต้องมีคนที่มีประสบการณ์มี ความรู้มากกว่าที่จะช่วยยืดเสียงนั้น ร้องแบบมีลูกคอทำยังไง? ลูกคอ คือการสั่นสะเทือนเราเรียกว่า Vibration ค่ะ เพราะฉะนั้นลูกคอก็คือการสั่นสะเทือนของโน้ต 2 ตัว ให้หาโน้ต 2 ตัว ลองฝึกฝนร้องจากโน้ตแต่ละโน้ต อย่างสมมุติ \"มีฟ้า มีฟ้า มีฟ้า…\" เราร้องให้เร็วขึ้น แล้วมันจะเกิดลูกคอได้

--------------------------------------------------------------------------------
7. อยากทราบเทคนิคการร้องแบบ R&B ว่าทำยังไงค่ะ แล้วก็สนใจอยากร้องให้ได้แบบ Mariah (แบบหอนๆ หน่อย) อยากรู้ว่าหัดยังไง

ตอบ คนที่ร้อง R&B ได้จะต้องเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะๆ แล้วก็รู้จักการใช้โน้ตหลายๆ ตัว แทนที่จะร้องลากเสียงแค่โน้ตเดียว ก็จะเปลี่ยนโน้ตไปเรื่อยๆ มันจะมีสเกลหลายสเกลที่จะใช้ฝึกนะคะ อย่างเช่น Melodic Scale คือสเกลที่เป็นเครื่องเสียงหมดเลย ฝึกอันนี้ก็ได้ หรือว่าฟังเพลงเยอะๆ ก็ได้
--------------------------------------------------------------------------------
8. เพื่อนๆมักจะบอกว่า ผมร้องเพลงสมูทมากๆ คือเรียบหมดทั้งเพลง ไม่มีสูง-ต่ำ ทั้งๆที่ผมรู้สึกว่าผมออกเสียงสูงต่ำชัด อาการของผมคือ ร้องเสียงต่ำปั๊บ ล่มทันที คือร้องได้ แต่ว่าไม่ค่อยมีคีย์ เสียงสูง ก็สูงมากไม่ได้ เพราะเสียงผมขาดพลัง ลงต่ำไม่ค่อยได้ แต่เพื่อนบอกว่าผมเนื้อเสียงดีนะ ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ตอบ เป็นเสียงโมโนโทน คือร้องเสียงคีย์เดียวกันตลอด ปัญหาคงอยู่ที่ ear training คือปัญหาของการรับฟัง เพราะถ้าเรามีประสาทหูที่ดีเราจะรับฟังเสียงสูงและเสียงต่ำ แล้วก็สามารถทำตามได้จากสิ่งที่ได้ยิน เพราะฉะนั้น ของน้องคงต้องเริ่มตั้งแต่ ear training ก่อน คือฝึกประสาทรับฟังที่ถูกต้องก่อน เพื่อจะได้จับเสียงสูง-เสียงต่ำ และความแตกต่างของเสียงได้ เนื้อเสียงดีก็ดีแล้วค่ะ แต่จริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างของการร้องเพลง คือประสาทรับฟัง

--------------------------------------------------------------------------------
9. \"เอกลักษณ์การร้องเพลงที่เป็นตัวของตัวเอง\" ฟังแล้วเหมือนง่าย แต่ยากจังนะคะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเอกลักษณ์ของเราคืออะไร เพราะอย่างหนูเองเวลาร้องตามนักร้อง หนูมักจะหัดออกเสียงตามแบบที่เขาร้อง แรกๆหนูก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะ แต่พอมาฟังคนพูดเยอะๆว่า นักร้องคนนี้ ร้องเพลงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี ก็เลยฉุกคิดว่า แล้วเราล่ะมีเอกลักษณ์การร้อง เป็นของตัวเองบ้างหรือเปล่า

ตอบ จริงๆแล้วเอกลักษณ์ มันก็คือเทคนิคในการร้องเพลง อย่างที่เวลาน้องร้องเพลงตามศิลปินคนอื่นๆ เขาจะมีเทคนิคแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ทีนี้การใช้เทคนิคในคำแต่ละคำในเพลง มันอาจจะมีหลายเทคนิค ที่จะใช้กับคำๆนั้น ถ้าน้องสามารถหาวิธีที่น้องถนัด แล้วก็ลงไปร้องคำกับคำๆนั้นให้เหมาะสม มันก็จะเป็นเทคนิค ส่วนตัวของเราได้ ซึ่งตรงนี้เป็นขั้น advance แต่จริงๆแล้วถ้าฟังเพลงเยอะๆ เราก็จะจับเทคนิคได้ ถ้าจะให้แนะนำก็ลองปรึกษาหรือลองไปเรียนกับครู ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะได้พัฒนาเทคนิคของตัวเองขึ้นไป แล้วจะได้เข้าใจว่าอะไรคือเอกลักษณ์ของตัวเอง

--------------------------------------------------------------------------------
10. อยากทราบวิธีวอร์มเสียงก่อนขึ้นเวทีค่ะ

ตอบ วิธีการวอร์มเสียงง่ายๆ วอร์มสเกล เมเจอร์สเกล โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด หรือว่าเป็นอาเพ็จจิโอ โด มีซอล โด ซอล มี โด อะไรอย่างเนี้ย แล้วก็ค่อยไล่สเกลขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยได้ หรือว่าเป่าลม เป่าปาก ก็จะช่วยรีแล็กซ์กล้ามเนื้อที่ปาก ที่คาง ที่ขากรรไกรได้ อาจจะวอร์มร่างกายให้อบอุ่นด้วยอีกอย่างหนึ่งก็ดี

--------------------------------------------------------------------------------
11. การร้องเพลงร็อคควรใช้เสียงประมาณไหนครับ

ตอบ การร้องเพลงทุกเพลง ต้องเริ่มต้นที่การร้องเต็มเสียง เต็มเสียงยังไง? หมายความว่าเต็มเนื้อเสียงที่เราใช้ในการพูด เป็นเสียงมาตรฐานของการร้องให้เต็มเสียง เพลงร็อคก็ควรจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเพลงร็อคของน้อง อาจจะเป็นไฮร็อก หรือว่าเฮฟวี่เมทัล อาจจะต้องใช้เสียงมากกว่านั้น ซึ่งอาจจะต้องมีครูแนะนำ เพราะว่าบางทีถ้าใช้เสียงผิดวิธี มันจะทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ แต่ว่าเริ่มร้องเพลงเนี่ย ควรจะร้องให้เต็มเสียงก่อนแล้วกัน

--------------------------------------------------------------------------------
12. อยากร้องเพลงเก่ง มีปัญหาตอนที่ร้องเสียงสูง เสียงจะเพี้ยนและแตกทุกครั้ง ตอนนี้ผมทำงานในด้านนี้ด้วย(ร้องเพลงที่ผับตอนกลางคืน) ช่วยบอกวิธีให้ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบ 1. เบสิค คือการหายใจที่ถูกต้อง ประสาทรับฟังที่ถูกต้อง รูปปากที่ถูกต้อง 2. ริธึ่มมิค คือ จังหวะที่ดี 3. เทคนิค คือ การร้องอย่างมีสไตล์ มีเทคนิคเป็นของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงเก่งๆ พี่ว่ากลับไปที่เบสิคของการร้องเพลง ต้องเช็คว่าหายใจถูกต้องหรือยัง? หายใจด้วยกระบังลมหรือเปล่า? รูปปากถูกต้องชัดเจนหรือยัง? เพราะว่าบางทีถ้าร้องเสียงสูงแล้วเสียงไม่ถึง มันมี 2 กรณีคือ เสียงไม่ถึงเพราะลมไม่พอ กับอีกกรณีหนึ่งคือร้องไม่ถึง เพราะว่ามันสูงเกินเร้นจ์(Range)ของเสียงเราเกินไป เพราะฉะนั้นต้องเช็คให้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วก็แก้ไขที่สาเหตุนั้น ถ้าร้องไม่ถึง ร้องเพี้ยนหรือเสียงแตก เพราะว่าลมไม่พอ อาจจะเป็นเพราะว่าเบสิคของการใช้ลมหายใจเราผิด ต้องไปปรับแต่งตรงนั้นให้ได้

--------------------------------------------------------------------------------
13. ทำยังไงเสียงของเราถึงจะใสและฟังเพราะ ไม่ตํ่าหรือสูงเกินไป

ตอบ จริงๆการร้องเพลงมันต้องร้องตามเมโลดี้ ถ้าเมโลดี้มันต่ำหรือมันสูงก็ต้องร้องตามนั้น ทำยังไงให้เสียงใสตลอดเวลา ก็คงจะต้องอยู่ที่วิธีการรับประทานอาหาร สุขลักษณะ โภชนาการ แล้วก็การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เต็มที่

--------------------------------------------------------------------------------
14. เวลาร้องคอรัสทำอย่างไร? ไม่ให้หลงไปกับ line ของเมโลดี้

ตอบ อันนี้ต้องฝึกที่ ear training นะคะ เพราะว่าถ้าประสาทรับฟังของเราดี ไม่ว่าจะมีเสียงอะไรมารบกวน เราก็จะไม่เป๋ไปตามเสียงนั้น ต้องฝึก ear training แล้วก็ต้องฝึกสมาธิในการร้องเพลง ซึ่งในการร้องเพลง เราต้องคิดหลายๆเรื่องพร้อมๆกัน เราจะต้องแยกประสาทส่วนต่างๆในการควบคุมตัวเองให้ได้ ถ้าเราฝึกตรงนี้ได้ มันจะช่วยให้เราร้องคอรัสได้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญต้องเริ่มที่ ear training ก่อน

--------------------------------------------------------------------------------
15. หนูมีปัญหาอยากถามพี่ดังนี้ คือเวลาที่ร้องเพลง(หนูเป็นนักร้องและนักดนตรี) ขึ้นเสียงสูงมาก ๆ เมื่อก่อนจะร้องไม่ได้ ปัจจุบันร้องได้แล้ว แต่จะมีปัญหาว่า ตอนช่วงเย็นถึงหัวค่ำ จะร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ คือเหมือนกับเสียงจะแหบ แต่ว่ายิ่งดึก เสียงจะยิ่งใสขึ้นมากๆ คนอื่นมีปัญหาแบบนี้บ้างมั้ย หนูจะร้องเพลงตั้งแต่ช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน คืนหนึ่งร้องถึง 30 เพลงรวด มีเบรค 1 ชั่วโมง และอยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้เสียงไม่แหบ

ตอบ ถ้าเราใช้เสียงเยอะในช่วงกลางคืน ยิ่งดึกมันก็จะเหมือนคนทั่วไป คือตอนเช้าเพิ่งตื่นขึ้นมาเสียงจะแหบ แล้วเสียงมันจะค่อยวอร์มไปเรื่อยๆ คือค่อยๆทำงานไปเรื่อยๆ จนประมาณเที่ยงวัน พอถึงตอนเย็นเสียงมันก็จะใสเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าน้องร้องเพลงกลางคืน น้องก็ต้องเปลี่ยนลักษณะการนอน การกินอยู่ เป็นนอนตอนกลางวันให้เต็มที่ เท่ากับคนทั่วไปที่เขานอนตอนกลางคืน แล้วตื่นขึ้นมาก็จะมีระยะเวลา ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน อาจจะพูดคุยกับเพื่อนให้เสียงมันเข้าที่ ก่อนที่จะไปทำงานตอน 2 ทุ่ม ไม่ใช่ว่าน้องตื่น 6 โมงเย็น แล้วรีบอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานตอน 2 ทุ่มเลย เสียงจะยังไม่มา มันต้องให้ระยะเวลาในการตื่น ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน จริงๆก็คือต้องเปลี่ยนวิธีการนอน เปลี่ยนวิธีการกินอยู่ ชีวิตประจำวันให้ต่างจากคนทั่วไป ถ้าไม่อยากให้เสียงแหบ หรือว่าใช้เสียงให้ถูกประเภท หายใจให้ถูกต้อง เบสิคในการร้องเพลงต้องถูกต้อง มันจะช่วยให้การร้องเพลงสบายขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
16. อยากทราบว่ารูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงหรือไม่ ถ้าผมอ้วนนี่จะมีส่วนต่อการร้องเพลงหรือเปล่าครับ แล้วมีผลอย่างไรบ้าง

ตอบ รูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงอยู่แล้ว เพราะว่าเสียงในการร้องเพลง เกิดจาก 3 ส่วนในร่างกายของคนเรา ส่วนที่1 เราเรียกว่า เชสโทน คือทรวงอก ส่วนที่ 2 เราเรียกว่า เม้าธ์โทน คือโพรงปาก ส่วนที่ 3 เราเรียกว่า เฮดโทน คือโพรงสมอง ร่างกายของคนเรา สรีระแต่ละส่วนจะเป็นตัวกำหนดให้เสียงต่างกันไป อย่างเช่น ทรวงอก คนที่รูปร่างใหญ่จะร้องเสียงต่ำ มีพลังได้ดีกว่าคนที่ผอม หรือว่าคนที่มีโพรงสมอง อย่างเช่น พวกคนผิวดำหน้าผากเขาจะโหนกขึ้นมานิดหนึ่ง จะทำให้ช่วยในการร้องเสียงสูงได้ เพราะฉะนั้นสรีระร่างกายเป็นตัวกำหนดการร้องเพลง แต่จริงๆแล้วถ้าได้เรียนรู้หรือฝึกฝนเพิ่มเติม ก็จะช่วยยืดเร้นจ์ของเสียง หรือระดับระยะห่างของเสียงให้กว้างขึ้นได้

--------------------------------------------------------------------------------
17. จะทำยังไงให้เสียงคงที่ ไม่แกว่งครับ ต้องทำไงดี

ตอบ เก็บลมให้ดี และ Control เสียงด้วยลมจากกระบังลม
--------------------------------------------------------------------------------
18. ผมเรียนร้องเพลงเบื้องต้นอยู่ที่เชียงใหม่นะครับ ตอนนี้ใกล้จะจบคอร์สแล้ว แต่มีปัญหาว่าผม ร้องเพลงเสียงสูงๆ แล้วมักจะบีบเสียง ครูที่สอนบอกว่าผมเกร็งไป และเสียงผมชอบเป็นเสียง แฟลต จะทำอย่างไรดีครับ ช่วยแนะนำด้วย เพื่อการร้องเพลงของผมจะได้ไม่มีข้อผิดพลาดอีก

ตอบ ร้องเสียงสูงต้องเปิดคอและ Swing เสียงไปที่ Head Tone ลองให้ครูช่วยด้วย

--------------------------------------------------------------------------------
19. อยากทราบว่าเราจะมี วิธีการร้องเพลงอย่างไรให้เสียงกว้างๆ

ตอบ หมั่น Vocalize เสียง จะช่วยยืดให้เสียงกว้างขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
20. เคล็ดลับการรักษาเสียง เคล็ดไม่ลับในการรักษาเสียงและร้องเพลงคืออะไร

ตอบ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

--------------------------------------------------------------------------------

21. เทคนิคการร้องแบบใช้เสียงลม การร้องเเบบใช้เสียงลม ถือว่าเป็นการร้องที่ผิดวิธีรึเปล่าครับ เพราะว่าร้องแบบไม่เต็มเสียง เห็นนักร้องบางคนนำมาใช้กัน

ตอบ เสียงลมถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง แต่ควรใช้เฉพาะบางคำในเพลงเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดทั้งเพลง เพราะจะทำให้ไม่มีพลังและ Control เสียงลำบาก

--------------------------------------------------------------------------------
22. ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆ ของตัวเอง เวลาร้องเพลงแล้วพยายามร้องให้เต็มเสียงทีไร คนที่บ้านก็จะบอกว่าฟังแล้วแสบแก้วหูบ้าง บอกว่าเราเสียงแหลมบ้าง แต่พอเราทำเสียงให้ soft ลงมาหน่อยเค้าฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นนะคะ แต่หนูก็รู้สึกว่าพอขึ้นเสียงสูงแล้วเสียงจะเหมือนคนเป็นหวัดค่ะ ตอนนี้ก็เลยสับสนว่าควรร้องยังไงให้ฟังออกมาดูไพเราะน่ะค่ะ เพราะหนูเป็นคนค่อนข้างเสียงแหลมค่ะ ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆของเราค่ะ

ตอบ ใช้เทียบจากเสียงพูดตัวเองก่อน จะได้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดเวลาร้องเพลง

--------------------------------------------------------------------------------
23. เวลาร้องเพลงจะรู้ได้อย่างไรว่า ควรให้เสียงลงคอ หรือขึ้นจมูกอย่างไร มากน้อยเพียงใด หรือว่าเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน

ตอบ เวลาร้องเพลง เสียงไม่ควรจะขึ้นจมูก เพราะว่าเวลาเสียงขึ้นจมูก คอมันจะปิด พอคอปิดเสียงจะแบน เสียงที่เราต้องการในการร้องเพลงก็คือเสียงกลม เสียงที่มาจากกำบังลมของเรา ทีนี้ก็คลิกเข้าไปดูในเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นการร้องเพลงมีวิธีง่ายๆก็คือ อย่าเรียกเสียงขึ้นคอหรือขึ้นจมูกดีกว่า เรียกว่าเราควรอ้าปากให้กว้างมากที่สุดเท่าที่สระตัวนั้นควรจะออกเสียงแบบ นั้น เพราะบางคนร้องเพลงไม่อ้าปาก เสียงจะขึ้นจมูกและเสียงแบน

--------------------------------------------------------------------------------
24. ร้องเพลงไม่ค่อยตรงคีย์ครับ ทำให้ไม่มั่นใจเลยเวลาจะต้องร้อง ต้องฝึกยังไงดีครับ

ตอบ ปัญหาร้องเพลงไม่ตรงคีย์ คนที่ร้องไม่ตรงคีย์ควรจะฝึกกับเครื่องดนตรี เป็นกีต้าร์หรือเปียโนนะคะ โดยเฉพาะเปียโนจะช่วยได้มาก กดโน้ตทีละตัวแล้วก็พยายามร้องให้เสียงเราตรงกับโน้ตที่เราได้ยิน ฝึกไปเรื่อยๆอย่าเพิ่งไปรีบร้องเพลง ฝึกโน้ตแต่ละตัวก่อน แล้วเมื่อไรที่เราเริ่มชินเสียงที่เราได้ยิน ให้เปล่งเสียงตามเสียงที่เราได้ยินได้ เราจะเริ่มร้องถูกคีย์ได้มากขึ้น

--------------------------------------------------------------------------------
25. เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก แต่พอมาร้องต่อหน้าคนอื่นหนูจะตื่นเต้นมาก ตอนนี้หนูก็พยายาม ร้องให้เพื่อนฟัง ก็พอจะร้องได้บ้าง แต่พอเวลามีงานทีไร พวกเพื่อนๆก็จะยุให้ขึ้นไปร้องบนเวที จะกลัวและตื่นเต้นจนร้องไม่ออก จะทำยังไงให้ร้องเพลงได้ และให้หายตื่นเต้นดี

ตอบ จริงๆแล้วคนที่ชอบร้องเพลง ถ้าตื่นเต้นมาก วิธีการทำให้คลายความตื่นเต้น ก็คือทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วก็ทำสมาธิให้จิตใจสงบลง ต้องเป็นคนที่ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ถ้าเราไม่อ่อนซ้อม ถึงเวลาที่เราต้องแสดงออก หรือต้องประกวด หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ และเราก็สามารถระงับความตื่นเต้นนั้นได้

การร้องเพลงให้เพราะ


ที่มาของบทความนี้ เกิดจากการที่ผมสอนร้องเพลงมานาน พบกับนักเรียนและนักร้องมามากมาย น้อยคนนักที่เวลาผมฟังเค้าร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าเพราะซะจนบรรยายไม่ถูก เพราะไม่เกรงใจใคร เพราะจนฟังแล้วขนลุกซู่ นักเรียนของผมหลายคนเรียนร้องเพลง จนทราบถึงวิธีการร้อง การใช้เสียงที่ถูกต้อง แต่ร้องไม่เพราะสักที นักร้องหลายๆ คนก็เป็นเช่นกัน การร้องเพลงให้เพราะ ผมว่ามันเกิดจากหลายๆ อย่างมารวมกัน ลองมาดูกันนะครับว่าวิธีของผมจะทำให้คุณร้องเพลงได้เพราะขึ้น น่าดูและน่าฟังมากขึ้นรึเปล่า
เริ่มจาก คุณเคยอ่านเนื้อเพลงอย่างละเอียดไหม เคยลองทำความเข้าใจถึงเรื่องราวที่ผู้แต่งได้พยายามสื่อมาถึงเรารึเปล่า ถ้าไม่เคย ให้เคยซะและทำให้เป็นนิสัย เมื่อคุณต้องการร้องเพลงสักเพลงหนึ่งคุณถึงจะสามารถสื่อสารความหมายของเพลงไปยังผู้ฟังได้ และไม่ใช้แค่สื่อได้เฉยๆ คุณจะสามารถสื่อไปอย่างได้อารมณ์ของเพลงมากที่สุด เพราะเมื่อคุณเข้าใจเนื้อเพลงอย่างดีแล้ว คุณถึงจะสามารถสื่อความหมายของเพลงออกมาได้ คนฟังก็จะสามารถเข้าถึงอารมณ์ของคุณได้เป็นอย่างดี
จากนั้นคุณลองพยายามคิดว่าคุณคือผู้ถ่ายทอดเพลงๆ นั้นไปสู่ผู้ฟัง พยายามทำอารมณ์ให้รู้สึกคล้อยตามเนื้อหาของเพลงมากที่สุด แล้วสื่อออกมาด้วยน้ำเสียงของคุณ พยายามสรรหาวิธีการร้องที่เป็นตัวคุณเองมากที่สุด ลองดูซิว่าท่อนไหนของเพลงควรร้องด้วยน้ำเสียงแบบไหน การใช้น้ำเสียงแบบไหนให้อารมณ์ความรู้สึกแบบไหน ลองพยายามค้นหาตัวเองออกมา มองตัวเองให้รอบ มองเพลงให้หมดทุกด้าน ท่อนไหนควรใช้โทนเสียงแบบไหน ท่อนไหนควรใช้ความดัง-เบา มากน้อยเพียงใด
คราวนี้มาดูต่อตรงที่ คุณอินกับเพลงมากไปรึเปล่า หมายถึงว่า คุณอย่าคิดว่าเรื่องราวที่คุณร้อง ที่คุณนำเสนอออกไปเป็นเรื่องของคุณคนเดียว จงคิดว่ามันเป็นเรื่องของเรา เรื่องระหว่างผู้ร้องและผู้ฟัง ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมกับเพลงนี้ เช่น เนื้อเพลงกว่า 80 % เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก หากคุณสามารถถ่ายทอดให้คนฟังรู้สึกว่าเขาเป็นคนรักของเราได้ คุณคือนักร้องที่ดีได้ เพราะคุณสามารถสื่อความหมายของเพลงไปถึงคนฟังได้
ภาษากายก็มีส่วนสำคัญ หากคุณคือคนที่ยืนร้องเพลงบนเวทีแบบคนไร้วิญญาณล่ะก็ แก้ไขใหม่ซะเถอะ หรือไม่ก็เลิกร้องไปเลย ลองนึกภาพตามผมดูนะครับ ถ้าคุณไปทานอาหารในสถานที่แห่งหนึ่งที่มีวงดนตรีเล่น หรือมีนักร้อง ร้องเพลงให้คุณฟัง คุณกำลังก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่แสนอร่อยอยู่ ทันใดนั้นคุณได้เสียงเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งดังขึ้น คุณจะทำอย่างไร..... ถ้าเป็นผม ผมจะเงยหน้าจากอาหารจานโปรดขึ้นมามองว่า ใครกันหนอเป็นคนที่เปล่งเสียงอันไพเราะเช่นนั้นออกมาให้ผมฟัง หากผมเงยหน้ามาเห็นคนคนหนึ่ง ที่ยืนร้องเพลงเหมือนยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้ใครอยู่ ผมจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อทันที เพราะเค้าไม่มีค่าควรมองเลย ให้หูฟังก็เพียงพอแล้ว เพราะหากยังมองเค้าต่อไปอาจเสียอรรถรสในการทานอาหารและการฟังเพลงได้

ท่าทางไม่ใช่เรื่องยากเลย เมื่อคุณเข้าใจเนื้อเพลงแล้ว ก็สื่อมันออกมาสิครับ เหมือนกันที่เวลาคุณคุยกับเพื่อนแล้วมีการใช้มือไม้ประกอบเป็นภาษาร่างกาย เพียงแต่จัดท่าทาง มือไม้ให้มันดูพอดี สวยงาม เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ผมลองยกตัวอย่างดูนะครับ อย่างในเพลงที่มีคำว่า "ฉันรักเธอ" คุณจะทำมืออย่างไร เป็นผมเหรอ ก็แค่ยื่นมือออกไป ส่งไปทางผู้ชม พร้อมทั้งใช้สายตามองตามมือ ยื่นให้ใครก็มองไปทางนั้น แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว หรือคุณว่าไง ถ้าคุณทำได้ดีกว่านี้ก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ใช่ พยายามลองทำดูเถอะครับ แล้วจะรู้ว่ามันดีกว่ายืนร้องเพลงเฉยๆเยอะเลย
หวังว่าทุกคนคงไม่อยากเป็นอย่างนักร้องในจินตนาการคนนั้น จงมีความสุขไปกับการร้องเพลง พยายามสื่ออารมณ์เพลงให้ได้ ทำหน้าตาและท่าทางให้น่าดูอยู่เสมอ รับรองเลยว่าคุณจะต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ร้องเพลงได้ไพเราะ น่าฟังและน่ามอง อย่างที่คุณเองต้องการได้แน่นอน

ขอบคุณ : zheza.com

เทคนิคการร้องเพลง


การร้องเพลงมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ซึ่งถ้าเราเรียนรู้องค์ประกอบต่างๆแล้ว ก็สามารถที่จะนำมาใช้ในบทเพลงได้ การที่จะร้องเพลงสักเพลงหนึ่ง การควรที่จะศึกษาบทเพลงนั้นๆ ด้วยความละเอียดอ่อน อาจจะร้องทีละวรรค พิจารณา ความหมาย, ทำนอง, จังหวะ รวมไปถึงอารมณ์ของบทเพลง การฝึกซ้อมกับบทเพลงจริงๆนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการนำสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้ จากทฤษฎี มาฝึกปฏิบัติให้เกิดความเคยชิน สามารถนำเทคนิคต่างๆ มาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ครอบคลุมไปถึง ความถูกต้องในการใช้สระและพยัญชนะในภาษา การควบคุมลมหายใจ การสร้างพลังในการขับร้อง การควบคุมระดับความสูงต่ำของเสียงไม่ให้เพี้ยน คุณภาพของเนื้อเสียง ความหนัก-เบา ในการใช้น้ำเสียง

ขั้นตอนในการต่อเพลง

1. อ่านเนื้อเพลงทั้งหมดก่อน และทำความเข้าใจกับความหมาย ของเนื้อร้องโดยละเอียด ว่ามีอารมณ์อย่างไร เศร้า สุข สนุกสนาน ซึ่งการอ่านเนื้อเพลง จะทำให้เราสามารถเลือกใช้น้ำเสียง Tone เสียงให้เหมาะกับบทเพลงได้
2. ฟังทำนองของบทเพลง เพื่อให้เกิดความเคยชิน และสามารถรับรู้ได้ถึงความหนักเบาของบทเพลง ในแต่ละท่อนได้ เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้ และกำหนดความหนัก-เบา (Dynamic) ของน้ำเสียงได้
3. หา Form ของเพลงในแต่ละเพลงว่ามีลักษณะอย่างไร มี Intro,Solo,Ending กี่ห้อง มีการจัดวางท่อนของบทเพลงอย่างไร เพลงที่จะร้องเป็นคีย์ใด มีระดับเสียงสูงหรือต่ำ เหมาะสมกับเสียงของเราหรือไม่
4. ซ้อม-เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็นในการร้องเพลง อาทิ การหายใจ น้ำเสียง เพื่อที่จะนำมาใช้จริงในบทเพลง เพื่อให้ได้การฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

การขับร้องเพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ

การขับร้องให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ นั้น หมายถึง การขับร้องให้ได้เสียงที่ชัดเจน ทั้งระดับเสียงที่คงที่ไม่แกว่ง ระดับความสูงต่ำของโน้ตที่ถูกต้องตามเมโลดี้ การควบคุมจังหวะในการร้องเพลง ความหมายที่ถ่ายทอดออกมา ฯลฯ
การสร้างเสียงให้ได้คุณภาพนั้นเราสามารถทำได้โดย เน้นให้เสียงแต่ละเสียงที่ถูกเปล่งออกมา เป็นไปตามขั้นตอนดังนี้
1.ขณะที่เราร้องเพลง ควรรู้สึกว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้น ให้ความรู้สึกที่พุ่งออกไปข้างหน้า (Projection) และมีจุดรวมกันอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนบริเวณใบหน้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย (Registration) แล้วแต่ Tone ของเสียงที่เราจะเปล่งออกมา Registration ของเสียงจะเปลี่ยนไปตาม Tone ของเสียงนั้นๆ แต่ควรระวังไม่ให้ Registration ของเสียงไปตกอยู่ที่ลำคอหรือจมูก เพราะจะทำให้เกิดอาการเกร็งไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เสียงที่ได้เกิดความกระด้าง ไม่น่าฟัง

2.ควรยืนให้ลำตัวตรง (Hold body) หลังตรง ยืดอก ไหล่ผาย หน้าตรง ไม่เกร็งส่วนใดส่วนหนึ่ง เพื่อให้ปอด กระบังลม ลำคอ ปาก ลิ้น ขากรรไกร ทำงานได้อย่างสะดวก ปกติ และเต็มประสิทธิภาพ และนอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมให้เรา เป็นนักร้องที่มีบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย

3.คิดถึงบรรยากาศ สร้างจินตนาการ (Imagination) ตามความหมายของเนื้อเพลงเพื่อให้เสียงที่เปล่งออกมา สามารถสื่ออารมณ์ได้อย่างมีชีวิตชีวา

4.ถ่ายทอดอารมณ์ตามบทเพลง เพลงแต่ละเพลง จะแสดงออกถึงความรู้สึกของผู้ประพันธ์เพลงต่างกัน ผู้ขับร้องจึงควรถ่ายทอดอารมณ์จากบทเพลงให้ถูกต้อง ตามความหมายของบทเพลงแต่ละเพลง เพลงรักก็ต้องร้องให้อยู่ในอารมณ์รัก สามารถใช้น้ำเสียงสื่อถึงความหมาย และอารมณ์ของบทเพลง ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตามได้ ดังนั้นก่อนที่นักร้องจะเริ่มทำการขับร้อง จึงควรศึกษาความหมายของบทเพลง ให้เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เพื่อที่จะสามารถขับร้องออกมา ได้ตามความหมายของบทเพลง

วิธีปฏิบัติเบื้องต้นที่ดีในการขับร้องเพลงไทยสากล

การขับร้องเพลงเดี่ยว จะแตกต่างกับการฝึกนักร้องประสานเสียง แต่ยังคงใช้หลักการฝึกร้องเพลงเหมือนกัน เพื่อพัฒนาเทคนิคการขับร้องและสร้างเสียงที่มีคุณภาพ ในการขับร้องประสานเสียงนั้น นักร้องต้องพยายามร้องให้เสียงกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นหมายถึงทุกคนจะต้องเปล่งเสียงพยัญชนะสระอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเทคนิคการร้องเหมือนกัน การสื่อความหมายของเพลง เข้าใจตรงกัน นอกเหนือจากที่จะต้องร้องให้พร้อมเพรียงกันในแนวเสียงเดียวกัน เพื่อให้สื่อความหมายของเพลงได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนการขับร้องเพลงเดี่ยว ควรปฏิบัติดังนี้

1. ท่าทางการยืน มีท่าทางที่ดี มั่นใจ ไม่เกรง ปล่อยตามสบาย แต่มั่งคง ซึ่งจะเอื้ออำนวยให้หายใจได้ถูกวิธีและร้องออกมาได้ดี

2. การหายใจและการควบคุมการใช้ลม ซี่โครง (rib) ให้ขยายออกได้อย่างสบายอก ไม่ยุบเมื่อหายใจออก หายใจไม่มีเสียงดัง ควบคุมลมหายใจได้ดี และให้คงขยายซี่โครงไว้ตลอดเวลาในขณะร้องเพลง

3. ร้องสระได้ชัดเจน สามารถร้องเพลงได้ชัด ทำรูปปากให้ถูกต้อง

4. ร้องพยัญชนะได้ชัดเจน ไม่เกร็งขากรรไกร ไม่เกร็งลิ้นและขยันปากได้คล่อง

5. ภาษาชัดเจน มีความสามารถในการร้องเพลงภาษาต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ถูกต้องตามหลักของภาษานั้นๆ 6. มีเสียงก้องกังวาน เข้าใจวิธีการทำให้เสียงมีความก้องกังวาน และรู้จักที่จะใช้เทคนิคการสั่นเสียงได้อย่างพอเหมาะพอดี

7. รู้จักเสียงของตนเอง รู้ขีดความสามารถของเสียงตนเอง รู้จักช่วงเสียงที่เหมาะสมของตน รู้จักข้อดีข้อเสียของตนอยู่ที่ใด จะนำมาใช้อย่างไร

8. รู้จักวิธีการฝึกซ้อม เข้าใจวิธีการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รู้ขั้นตอนและวิธีการศึกษาเพลงอย่างละเอียด

9. รู้จักวิธีการตีความบทเพลง (Interpretation) สามารถตีความบทเพลงและถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้ถูกต้อง

10. แสดงได้ มีความสามารถที่จะนำเสนอ แสดงการขับร้องต่อหน้าผู้ชมด้วยความมั่นใจได้

11. ร้องประสานเสียงได้ นำความรู้ด้านทักษะการขับร้องเดี่ยวไปใช้ในการขับร้องปรานเสียงได้ โดยสามารถแยกแยะเทคนิคการเปล่งเสียงในการขับร้องเดียวและในการขับร้องกลุ่ม

12. รักษาสุขภาพ รักษาสุขลักษณะที่ดี กินอาหารถูกต้องตามโภชนาการ และดูแลรักษาสุขภาพรักษากล่องเสียง และรู้วิธีการขับร้องที่ไม่ทำลายเสียง

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ตัวอย่าง การนำเสนองานวิจัย (วีดิโอ)

>>ตัวอย่างการอัพโหลดไฟล์ วีดิโอ การนำเสนองานวิจัย..


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

โครงร่างการวิจัยเรื่อง การสร้างเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงไทยสากลเบื้องต้น หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2

1. ชื่อปัญหาการวิจัย
“การสร้างเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงเบื้องต้น หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2”

2. ความสำคัญของปัญหา
- การจัดการเรียนการสอนการศึกษานอกโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม กำหนดให้นักศึกษาที่มาพบกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆตลอดจนเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น ใบงาน ทดสอบย่อย กรต. โครงงาน แต่พบว่ากิจกรรมบางอย่างที่ต้องใช้ทักษะ เช่น หลักการขับร้องเพลงไทยสากล ที่ถูกต้องตามหลักสากล นักศึกษายังทำไม่ได้ ซึ่งในการขับร้องเพลงไทยนั้น ผู้เรียนจะต้องมีความสามารถในการกล้าแสดงออกและเอาใจใส่ในการฝึกฝน จึงจะทำให้การเรียนนั้นเกิดประสิทธิผลได้

3. วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อสร้างเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลง
2. เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการขับร้องเพลงของนักศึกษา ก่อนและหลังได้เอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลง

4. ตัวแปรที่ศึกษา
......................................................................-.........................................................................................
................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

5. นิยามคำศัพท์เฉพาะ
นักศึกษา กศน. หมายถึง นักศึกษานอกโรงเรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการเรียนแบบ
พบกลุ่ม ระดับ ม.ปลาย และลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 2/2552 ลงทะเบียนเรียนหมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2
ชุดกิจกรรม หมายถึง ชุดเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงไทยสากลเบื้องต้น หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2

6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
6.1 ได้ชุดเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลง
7. วิธีดำเนินการวิจัย / วิธีดำเนินการแก้ปัญหา
7.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
ประชากร คือ นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ ระดับ ม.ปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 2/2552 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม จำนวน 40 คน หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2
กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ ระดับ ม.ปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 2/2552 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม จำนวน 10 คน หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2
7.2 เครื่องมือที่ใช้
ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา
- ชุดเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงไทย
ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
7.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยใช้แบบ สังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
เก็บรวบรวมข้อมูลจาก นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติที่มาพบกลุ่ม จำนวน 10 คน
7.4 สถิติที่ใช้และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- ค่าร้อยละ
- ค่าเฉลี่ย

8. แผนดำเนินการ
1. วางแผนและเขียนโครงร่าง 20-25 ธ.ค. 52
2. ปฏิบัติการตามแผน 20 ธ.ค. 52 – 25 ก.พ. 53
3. เก็บข้อมูล 15 ม.ค. – 20 ก.พ. 53
4. วิเคราะห์ 21 ก.พ. – 23 ก.พ. 53
5. สรุปผลและเขียนรายงาน 24 – 25 ก.พ. 5 3

9. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย
นายปรีชา นาโพธิ์ตอง

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553