เปิดภาคเรียนใหม่ ภาคเรียนที่ 2/2568 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568


วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554

กศน.ตำบลหนองญาติ ต้อนรับคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา

>>วันที่ 22 มีนาคม 2554 กศน.ตำบลหนองญาติ ได้ต้อนรับและรับการนิเทศจากคณะกรรมการประเมินภายในสถานศึกษาจากต้นสังกัด โดยได้จัดกลุ่มวิชาชีพจักสาน กลุ่มนักศึกษาผู้เรียนสายสามัญ พร้อมนิเทศศูนย์การเรียนสื่อการเรียนการสอนและกิจกรรม กศน.ตำบล
...











วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

พิธีเปิด กศน.ตำบลหนองญาติ 15 กันยายน 2553

..กศน.ตำบลหนองญาติ ได้จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2553 โดยมี นายอุทัย โคตรสา นายกเทศมนตรีตำบลหนองญาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมด้วย คณะผู้บริหารของเทศบาล ข้าราชการ หน่วยราชการในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนและนักศึกษา กศน. ร่วมงานในครั้งนี้...
...ภาพบรรยากาศ...











วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เตรียมพร้อม นำเสนองานวิจัยในชั้นเรียน

>>สืบเนื่องจาก สำนักงาน กศน.จังหวัดนครพนม จะจัดงาน มหกรรม กศน.ปี 2553 ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย รวมทั้งกิจกรรมทางวิชาการต่างๆ และหนึ่งในนั้นก็เป็นงานวิจัยในชั้นเรียน ของเครือข่ายนักวิจัยนครพนม ซึ่งวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนนำเสนอจริง ในช่วงระหว่างวันที่ 31 ส.ค. - 3 ก.ย. 53






วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

งาน มหกรรม กศน.

>>ขอเชิญชม งานมหกรรมตลาดนัดความรู้ กศน.วันที่ 2 - 3 กันยายน 2553 ช่วงตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 21.00 น. ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดนครพนม ถนนกลางเมือง (หลังวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม) ชมฟรี...กิจกรรมต่างๆหลากหลาย เช่น
- การจัดนิทรรศการการวิจัยในชั้นเรียน โครงงาน การผลิตดานอาชีพของนักศึกษา การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมเด่นของ กศน.ทั้ง 12 อำเภอ
- การจัดกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ดาราศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุบลราชธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ณ หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค และผลิตภัณฑ์อาชีพของนักศึกษา กศน.

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

๑๒ สิงหาคม "วันแม่แห่งชาติ"



โครงร่างการวิจัย เรื่อง การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือของนักศึกษา กศน. ระดับประถมศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ

ชื่อเรื่อง การใช้แบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือของนักศึกษา กศน.ระดับประถมศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ
ชื่อผู้วิจัย นายปรีชา นาโพธิ์ตอง
ชื่อสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนครพนม
ความเป็นมาของการวิจัย
เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนการศึกษานอกโรงเรียนในระดับประถมศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ พบว่ามีนักศึกษา จำนวน ๒ คน ขาดทักษะในการคัดลายมือที่ถูกต้อง เขียนหนังสือไม่สวย ไม่เป็นระเบียบ ลากเส้นไม่ตรง เขียนแล้วอ่านไม่ออก โย้หน้าบ้าง โย้หลังบ้าง ดังนั้นผู้สอนจึงคิดว่าการสร้างนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างทักษะในการคัดลายมือจะมีผลต่อการพัฒนาความสามารถของนักศึกษาในด้านการเขียนดียิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
๑. เพื่อสร้างชุดฝึกการคัดลายมือของนักศึกษา กศน.ระดับประถมศึกษา หมวดวิชา ภาษาไทย
๒. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาก่อนและหลังใช้แบบฝึกคัดลายมือ หมวดวิชาภาษาไทย
4. ตัวแปรที่ศึกษา
......................................................................-.........................................................................................
................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

5. นิยามคำศัพท์เฉพาะ
5.1 นักศึกษา กศน. หมายถึง นักศึกษานอกโรงเรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการเรียนแบบพบกลุ่ม ระดับ ประถมศึกษา และลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 1/2553
5.2 แบบฝึก หมายถึง แบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือ วิชาภาไทย ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วยเนื้อหา


6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
6.1 ได้ชุดแบบฝึกเพื่อพัฒนาการคัดลายมือ
6.2 ได้สื่อการเรียนการสอนสำหรับผู้ลืมหนังสือ
7. วิธีดำเนินการวิจัย / วิธีดำเนินการแก้ปัญหา
7.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
ประชากร คือ นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ ระดับประถมศึกษา ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 1/2553 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม จำนวน 2 คน หมวดวิชาภาษาไทย
7.2 เครื่องมือที่ใช้
ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา
- ชุดแบบฝึกการคัดลายมือ
ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
7.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยใช้แบบฝึกการคัดลายมือ และแบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
เก็บรวบรวมข้อมูลจาก นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติระดับประถมศึกษา ที่มาพบกลุ่ม จำนวน 2 คน
7.4 สถิติที่ใช้และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- ค่าร้อยละ
- ค่าเฉลี่ย

8. แผนดำเนินการ
1. วางแผนและเขียนโครงร่าง พ.ค. 53
2. ปฏิบัติการตามแผน มิ.ย.53
3. เก็บข้อมูล ก.ค.53
4. วิเคราะห์ ส.ค. 53
5. สรุปผลและเขียนรายงาน ก.ย. 5 3

9. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย
นายปรีชา นาโพธิ์ตอง
กศน.ตำบลหนองญาติ
กศน.อำเภอเมืองนครพนม

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

40 วิธีการที่จะเป็นนักร้อง


1. อย่ากระทำการใดก็ก็ตามที่ทำให้รู้สึกระคายเคืองต่อเส้นเสียง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บคอ
2. เมื่อคุณต้องการหาที่เรียนร้องเพลง ลองสอบถามดูว่าอาจารย์ที่จะมาสอนคุณเป็นใคร มีความเกี่ยวข้องและความสามารถ ทางดนตรีและการร้องเพลงอย่างไร
3. ถ้าคุณมีเนื้อเสียงที่ฟังแล้วดูเพราะดี อาจไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นนักร้องได้
4. เมื่อคุณร้องเพลง แล้วรู้สึกว่า ทำไมนะ เนื้อเสียงของเราดูแปลกๆ ไม่หวานซึ้ง ไม่ใสปิ๊ง เหมือนใครๆ อย่าตกใจ จงภูมิใจในสิ่งที่ตนมี และพยายามทำให้สิ่งที่คุณมีนั้นดูมีค่าที่สุด ด้วยการร้องอย่างเป็นคุณเอง
5. สำหรับคนที่ต้องการร้องเพลงในสไตล์ป๊อป ไม่แปลกเลยถ้าคุณจะเรียนร้องเพลงในทาง classic ในทางตรงกันข้าม หากคุณฝึกร้องเพลงในทาง pop ได้ดี ก็เป็นพื้นฐานที่ดีในการนำคุณไปสู่การร้องเพลงในทาง classic
6. ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ นอกจากทำให้คุณเป็นมะเร็งปอด โรคถุงลมโป่งพอง ฯลฯ แล้ว มันยังทำลายเส้นเสียงของคุณอีกด้วย
7. ไม่ควรดื่มสุรา นอกจากทำให้คุณเป็นโรคตับแข็ง พิษสุราเรื้อรัง รวมไปถึงการที่คุณต้องเมาพับไม่เป็นท่าแล้ว การดื่มสุรา อาจทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณเส้นเสียงของคุณขยายมากจนเกินไป เมื่อใช้เสียงในช่วงเวลานั้น อาจทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นแตก และเกิดอาการเส้นเสียงอักเสบได้
8. ห้ามเด็ดขาดสำหรับการหันไปพึ่งยาเสพติด
9. ห้ามให้ใครทำอะไรกับเส้นเสียงของคุณเด็ดขาด แม้กระทั่งหมอ คุณก็ห้ามให้เค้าทำอะไรกับเส้นเสียงของคุณเด็ดขาด เพราะคุณอาจไม่มีเสียง หรืออาจร้องเพลงไม่ได้อีกเลย ถ้าเส้นเสียงของคุณเป็นอะไรไป หมอก็เป็นคน โอกาสผิดพลาดมีได้เสมอ แต่เรื่องเสียงไม่ควรให้ใครมาทดลอง หากพลาด นั่นคือหายนะของคุณเลยล่ะ
10. ห้ามตะโกนแหกปากเสียงดัง พวกนักร้องร็อค ไม่รู้ว่าคอทำด้วยอะไร ถึงสามารถทำได้ขนาดนั้น สำหรับปุถุชนธรรมดาทั่วไป ผมแนะนำว่า อย่าลอง!!
11. พยายามลืมไปได้เลยสำหรับเครื่องดื่มที่เย็นๆ คุณอาจชอบ (ผมก็ชอบ) เพราะเครื่องดื่มที่เย็นจัด ทำให้เส้นเสียงของคุณหดตัว การดื่มน้ำธรรมดา (น้ำไม่ร้อน-ไม่เย็น) ช่วยให้เส้นเสียงมีอุณหภูมิปกติ เหมาะแก่การใช้เสียงและร้องเพลง
12. อย่าพูดมาก....เดี๋ยวเส้นเสียงสึก
13. อย่าใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆมีฝุ่นละอองมากๆ
14. อย่าไอแรงๆ หรือขากเสมหะแรงๆ เพราะอาจทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ หากรู้สึกระคายคอจริงๆ ควรใช้วิธีกระแอมช่วยลดอาการระคายคอ
15. ถ้าอยากเป็นนักร้องนำ อย่าพยายามร้องในกลุ่มนักร้องประสานเสียงบ่อยๆ เพราะอาจทำให้ระบบการฟังของเราเสียไป เนื่องจากเราต้องฟังคนเสียงอื่นมากๆ ซึ่งร้องกันคนละแนวกับเรา โดยไม่ได้พัก
***หมายเหตุ : การร้องประสานเป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนที่ชอบฝึกการร้องในแบบขั้นคู่ แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยฝึกได้การฟัง (Ear Training) ไม่ควรร้องในวงประสานเสียงบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดอาการหูเพี้ยนได้
16. อย่าร้องเพลงทุกเพลงที่มีเสียงสูงหรือต่ำเกินขีดความสามารถของคุณ ควรเริ่มจากการฝึกเสียงที่คุณมีให้ดีก่อน แล้วหาครูแนะนำอย่างถูกต้อง
17. อย่าใช้เสียงอย่างหนักในการร้องเพลง เกินสัปดาห์ละ 3 ครั้ง พักเสียงบ้างเถอะ หากคุณยังรักมันอยู่ และต้องการใช้มันนานๆ
18. อย่าฝึก หรือพยายามใช้ลูกคอ หากคุณไม่มั่นใจว่าคุณเป็นคนที่ร้องเพลงได้ดี และสามารถควบคุมเสียงได้ตรง pitch แล้วล่ะก็ อย่ารีบร้อนฝึกหัดการใช้ลูกคอ เพราะนั่น อาจทำให้คุณเป็นนักร้องที่ไม่ได้เรื่อง เพราะเสียงของคุณจะแกว่งไปมา ไม่ตรง pitch สิ่งที่คุณควรทำคือการฝึกควบคุมเสียงให้นิ่ง ตรง pitch เมื่อคุณชำนาญในการควบคุมเสียงแล้ว จึงควรฝึกการใช้ลูกคอ
19. อย่าเต้นไปร้องไปเป็นเวลานาน ถ้าคุณรู้จักไมเคิล แจ๊คสัน แล้วลองสังเกตุคอนเสิร์ทของเค้าทุกคอนเสิร์ท คุณจะรู้ว่าเค้าร้องสดเพียงไม่กี่เพลง นอกนั้นต้องร้องลิปซิงค์ เพราะการร้องไปเต้นไปเป็นเวลานานๆ ทำให้เสียงของคุณหมดไวผิดปกติ เพราะคุณต้องใช้ความสามารถสูงในการควบคุมลมหายใจ เมื่อคุณกังวลกับท่าเต้นมากๆ กังวลกับลมหายใจทุกเพลง นั่นละ เสียงของคุณจะไม่เป็นท่าก็เมื่อนั้น
20. ไม่ร้องเพลงด้วยเสียงที่ดังที่สุดของคุณเป็นเวลานานๆ
21. รู้จักถามให้มากที่สุด เมื่อคุณเจอคนที่สามารถให้คำแนะนำคุณได้ในด้านการร้องเพลง
22. อย่าไปเรียนร้องเพลงกับคนที่เส้นเสียงเสีย ตำราฝรั่งเล่มหนึ่งบอกผมไว้ว่า ขนาดเสียงของครูผู้สอนยังเสียได้เลย แล้วเราจะเชื่อได้อย่างไรว่าครูผู้สอนจะไม่ทำให้เสียงของเราเสียไปด้วย
23. ถ้าครูผู้สอนของคุณเป็นนักร้องชั้นยอด ลองพยายามทำความเข้าใจเนื้อหาและวิธีการสอนของเค้าดูนะครับ ถ้าสอนดี ก็โอเคเลย แต่ถ้าสอนได้ไม่ดีให้คุณนึกถึงคำที่ผมบอกนะครับ "คนที่ร้องเพลงดี ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะสามารถถ่ายทอดวิชาการร้องเพลงให้คุณได้ดี"
24. พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานๆ ก่อนการขึ้นเวทีเพื่อร้องเพลง เพราะนอกจากหนาวแล้ว ความเย็นของอากาศ ทำให้ความชื้นในร่างกายของเราระเหยไป อาจทำให้รู้สึกคอแห้งได้ เพราะเราสูดเอาอากาศที่แห้งกว่าเข้าไป พร้อมกับปล่อยอากาศชื้นออกจากตัวเรา
25. พยายามศึกษา และหาทางเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลง เช่น กล่องเสียง เส้นเสียง กระบังลม กล้ามเนื้อหน้าท้อง ฯลฯ
26. ถ้าการเรียนร้องเพลง หมายถึงการเรียนเทคนิคการใช้เสียงที่ถูกต้อง นั่นหมายถึงว่า เมื่อคุณเรียนร้องเพลง จะต้องได้รับความรู้และการฝึกฝน การใช้เสียงอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดอาการเจ็บคอ อันเนื่องมาจากการใช้เสียงมากเกินไป หรือผิดวิธี
27. การฝึกการร้องเพลง ควรฝึกอย่างช้าๆ ใจเย็นๆ อย่าคิดว่าการรีบร้อนฝึกหนักจะทำให้คุณเก่งในพริบตาได้ การฝึกซ้อมอย่างถูกต้อง พอดี และสม่ำเสมอทุกวัน ทำให้เสียงของเราค่อยๆพัฒนาไปอย่างมีระบบ
28. พยายามเรียนรู้การร้องในแต่ละสไตล์ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ยิ่งคุณรู้มากและทำได้มาก นั่นคือความสามารถเฉพาะตัวที่ยากจะหาใครเลียนแบบ
29. ดูแลรักษาช่องปากและฟันของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลมปากปอมสดชื่น เวลาคุณร้องเพลง
30. เมื่อคุณต้องร้องเพลง จำไว้ว่า คุณต้องรู้ความหมายของบทเพลงนั้นๆ ทุกคำ ทุกความหมาย ร้องให้ได้อารมณ์ตามนั้น ที่สำคัญ คุณอย่าได้อารมณ์เพียงคนเดียวนะ ผู้ฟังต้องได้ยินเสียงคุณแล้วรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่คุณต้องการสื่อด้วย
31. ร้องเพลงอย่างเดียวไม่พอแน่ ท่าทางคือสิ่งที่นักร้องหลายๆ คน แสดงออกมาอย่างไม่ได้เรื่อง ถ้าคุณร้องเพลงไปแล้วยืนตรงเหมือนคนเคารพธงชาติ คุณคิดว่าใครอยากจะมองคุณบ้าง ใช้หูเพื่อฟังคุณก็พอแล้วมั๊ง ถ้าคุณไม่อยากเป็นอย่างนั้น เริ่มต้นฝึกการใช้ลีลาท่าทางซะ อย่าคิดว่าขึ้นเวทีแล้วมันจะได้เอง จากประสบการณ์แล้วนั้น ผมไม่เคยพบใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถทำอะไรได้ดี โดยไม่ได้มีการฝึกซ้อมไว้ก่อน บางคนฝึกไว้แล้ว 100% ยังทำได้แค่ไม่ถึง 80% เอง เพราะฉะนั้นจงซ้อมไว้สัก 120-150 % แล้วคุณจะร้องได้ดี 100% เลย ผมรับรอง
32. ทำความเข้าใจดนตรี คุณควรรู้ว่านักดนตรีต้องการสื่ออารมณ์อย่างไร ในบทเพลงที่คุณร้อง ลองฝึกฟังดนตรีเยอะๆ พยายามทำความเข้าใจอารมณ์ที่สื่อออกมาจากดนตรีแต่ละประเภท แต่ละแนวเพลง
33. หลายคนชอบพูดว่า ไม่สามารถร้องเพลงแต่เช้าได้ หรือร้องเพลงตอนดึกๆ ไม่ไหว เพราะเสียงไม่มา ผมมั่นใจว่า ไม่มีคำๆ นี้ในพจนานุกรมของ นักร้องที่ได้รับการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ยกเว้น วันนั้นมันดันพิเรนท์ นอนดึกเสียงเกินกว่าเหตุ ดื่มสุรา หรือไม่สบาย
34. วิธีการรักษาเสียงของคุณอย่างง่ายๆ และได้ผล คือการนำผ้าชุบน้ำอุ่น มาประคบที่คอ เป็นเวลาประมาณ 10 นาที โดยช่วงนั้น คุณควรพักการใช้เสียงด้วย
35. รู้สึกเหมือนคอมีเสมหะตลอดเวลาเลย เรื่องแบบนี้แก้ไม่ยาก คุณสามารถล้างคอของคุณได้ ด้วยการดื่มน้ำอุ่น ผสมเกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมโซดา ทุกเช้า วิธีนี้ได้ผลดีเลยทีเดียว ในการกำจัดอาการระคายคอบ่อยๆของคุณออกไป
36. เมื่อต้องขึ้นเวที อย่าใส่เสื้อผ้าที่หนาๆ เพราะแสงไฟบนเวทีน่ะ "ร้อนมาก" ยืนพักเดียวก็เหงื่อชุ่มแล้ว ร้อนขนาดนั้น คุณคงไม่มีกระใจจะร้องเพลงสักเท่าไหร่หรอก
37. การเรียนรู้วิธีการร้องเพลง และการใช้เสียงอย่างถูกต้อง ต้องใช้เวลาในการเรียน และการฝึกฝนเท่านั้น ไม่มีวิธีลัดใดๆทั้งสิ้น
38. ฝึกการฟังเป็นประจำ ด้วยแบบฝึกหัดการฝึกฟัง การฟัง ทำให้คุณเป็นนักร้องที่ดีได้ เพราะถ้าคุณยิ่งแม่นยำในการฟังโน้ตเท่าไหร่ คุณก็จะสามารถขึ้นร้องเพลงบนเวทีได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะร้องเพี้ยน
39. หยุดซ้อมร้องเพลงได้ แต่อย่าให้เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การซ้อมเสมอๆ ย่อมดีกว่าการหยุดซ้อมเป็นประจำ
40. ดูแลตัวเองอยู่เสมอ ทั้งเรื่องเสียง หน้าตา สุขภาพร่างกาย เพื่อให้เราเป็นคนที่มีบุคลิกภาพที่ดูดี สะอาดสะอ้าน ร่างกายแข็งแรง หน้าตาสดใส จิตใจปลอดโปร่ง พร้อมสำหรับการร้องเพลงอย่างมีคุณภาพ และเป็นนักร้องที่ดี



ขอบคุณ : pirun.ku.ac.th