เปิดภาคเรียนใหม่ ภาคเรียนที่ 2/2568 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568


วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

การร้องเพลงให้เพราะ


ที่มาของบทความนี้ เกิดจากการที่ผมสอนร้องเพลงมานาน พบกับนักเรียนและนักร้องมามากมาย น้อยคนนักที่เวลาผมฟังเค้าร้องเพลงแล้วรู้สึกว่าเพราะซะจนบรรยายไม่ถูก เพราะไม่เกรงใจใคร เพราะจนฟังแล้วขนลุกซู่ นักเรียนของผมหลายคนเรียนร้องเพลง จนทราบถึงวิธีการร้อง การใช้เสียงที่ถูกต้อง แต่ร้องไม่เพราะสักที นักร้องหลายๆ คนก็เป็นเช่นกัน การร้องเพลงให้เพราะ ผมว่ามันเกิดจากหลายๆ อย่างมารวมกัน ลองมาดูกันนะครับว่าวิธีของผมจะทำให้คุณร้องเพลงได้เพราะขึ้น น่าดูและน่าฟังมากขึ้นรึเปล่า
เริ่มจาก คุณเคยอ่านเนื้อเพลงอย่างละเอียดไหม เคยลองทำความเข้าใจถึงเรื่องราวที่ผู้แต่งได้พยายามสื่อมาถึงเรารึเปล่า ถ้าไม่เคย ให้เคยซะและทำให้เป็นนิสัย เมื่อคุณต้องการร้องเพลงสักเพลงหนึ่งคุณถึงจะสามารถสื่อสารความหมายของเพลงไปยังผู้ฟังได้ และไม่ใช้แค่สื่อได้เฉยๆ คุณจะสามารถสื่อไปอย่างได้อารมณ์ของเพลงมากที่สุด เพราะเมื่อคุณเข้าใจเนื้อเพลงอย่างดีแล้ว คุณถึงจะสามารถสื่อความหมายของเพลงออกมาได้ คนฟังก็จะสามารถเข้าถึงอารมณ์ของคุณได้เป็นอย่างดี
จากนั้นคุณลองพยายามคิดว่าคุณคือผู้ถ่ายทอดเพลงๆ นั้นไปสู่ผู้ฟัง พยายามทำอารมณ์ให้รู้สึกคล้อยตามเนื้อหาของเพลงมากที่สุด แล้วสื่อออกมาด้วยน้ำเสียงของคุณ พยายามสรรหาวิธีการร้องที่เป็นตัวคุณเองมากที่สุด ลองดูซิว่าท่อนไหนของเพลงควรร้องด้วยน้ำเสียงแบบไหน การใช้น้ำเสียงแบบไหนให้อารมณ์ความรู้สึกแบบไหน ลองพยายามค้นหาตัวเองออกมา มองตัวเองให้รอบ มองเพลงให้หมดทุกด้าน ท่อนไหนควรใช้โทนเสียงแบบไหน ท่อนไหนควรใช้ความดัง-เบา มากน้อยเพียงใด
คราวนี้มาดูต่อตรงที่ คุณอินกับเพลงมากไปรึเปล่า หมายถึงว่า คุณอย่าคิดว่าเรื่องราวที่คุณร้อง ที่คุณนำเสนอออกไปเป็นเรื่องของคุณคนเดียว จงคิดว่ามันเป็นเรื่องของเรา เรื่องระหว่างผู้ร้องและผู้ฟัง ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมกับเพลงนี้ เช่น เนื้อเพลงกว่า 80 % เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก หากคุณสามารถถ่ายทอดให้คนฟังรู้สึกว่าเขาเป็นคนรักของเราได้ คุณคือนักร้องที่ดีได้ เพราะคุณสามารถสื่อความหมายของเพลงไปถึงคนฟังได้
ภาษากายก็มีส่วนสำคัญ หากคุณคือคนที่ยืนร้องเพลงบนเวทีแบบคนไร้วิญญาณล่ะก็ แก้ไขใหม่ซะเถอะ หรือไม่ก็เลิกร้องไปเลย ลองนึกภาพตามผมดูนะครับ ถ้าคุณไปทานอาหารในสถานที่แห่งหนึ่งที่มีวงดนตรีเล่น หรือมีนักร้อง ร้องเพลงให้คุณฟัง คุณกำลังก้มหน้าก้มตาทานอาหารที่แสนอร่อยอยู่ ทันใดนั้นคุณได้เสียงเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งดังขึ้น คุณจะทำอย่างไร..... ถ้าเป็นผม ผมจะเงยหน้าจากอาหารจานโปรดขึ้นมามองว่า ใครกันหนอเป็นคนที่เปล่งเสียงอันไพเราะเช่นนั้นออกมาให้ผมฟัง หากผมเงยหน้ามาเห็นคนคนหนึ่ง ที่ยืนร้องเพลงเหมือนยืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้ใครอยู่ ผมจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อทันที เพราะเค้าไม่มีค่าควรมองเลย ให้หูฟังก็เพียงพอแล้ว เพราะหากยังมองเค้าต่อไปอาจเสียอรรถรสในการทานอาหารและการฟังเพลงได้

ท่าทางไม่ใช่เรื่องยากเลย เมื่อคุณเข้าใจเนื้อเพลงแล้ว ก็สื่อมันออกมาสิครับ เหมือนกันที่เวลาคุณคุยกับเพื่อนแล้วมีการใช้มือไม้ประกอบเป็นภาษาร่างกาย เพียงแต่จัดท่าทาง มือไม้ให้มันดูพอดี สวยงาม เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ผมลองยกตัวอย่างดูนะครับ อย่างในเพลงที่มีคำว่า "ฉันรักเธอ" คุณจะทำมืออย่างไร เป็นผมเหรอ ก็แค่ยื่นมือออกไป ส่งไปทางผู้ชม พร้อมทั้งใช้สายตามองตามมือ ยื่นให้ใครก็มองไปทางนั้น แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว หรือคุณว่าไง ถ้าคุณทำได้ดีกว่านี้ก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ใช่ พยายามลองทำดูเถอะครับ แล้วจะรู้ว่ามันดีกว่ายืนร้องเพลงเฉยๆเยอะเลย
หวังว่าทุกคนคงไม่อยากเป็นอย่างนักร้องในจินตนาการคนนั้น จงมีความสุขไปกับการร้องเพลง พยายามสื่ออารมณ์เพลงให้ได้ ทำหน้าตาและท่าทางให้น่าดูอยู่เสมอ รับรองเลยว่าคุณจะต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ร้องเพลงได้ไพเราะ น่าฟังและน่ามอง อย่างที่คุณเองต้องการได้แน่นอน

ขอบคุณ : zheza.com

เทคนิคการร้องเพลง


การร้องเพลงมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ซึ่งถ้าเราเรียนรู้องค์ประกอบต่างๆแล้ว ก็สามารถที่จะนำมาใช้ในบทเพลงได้ การที่จะร้องเพลงสักเพลงหนึ่ง การควรที่จะศึกษาบทเพลงนั้นๆ ด้วยความละเอียดอ่อน อาจจะร้องทีละวรรค พิจารณา ความหมาย, ทำนอง, จังหวะ รวมไปถึงอารมณ์ของบทเพลง การฝึกซ้อมกับบทเพลงจริงๆนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการนำสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้ จากทฤษฎี มาฝึกปฏิบัติให้เกิดความเคยชิน สามารถนำเทคนิคต่างๆ มาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ครอบคลุมไปถึง ความถูกต้องในการใช้สระและพยัญชนะในภาษา การควบคุมลมหายใจ การสร้างพลังในการขับร้อง การควบคุมระดับความสูงต่ำของเสียงไม่ให้เพี้ยน คุณภาพของเนื้อเสียง ความหนัก-เบา ในการใช้น้ำเสียง

ขั้นตอนในการต่อเพลง

1. อ่านเนื้อเพลงทั้งหมดก่อน และทำความเข้าใจกับความหมาย ของเนื้อร้องโดยละเอียด ว่ามีอารมณ์อย่างไร เศร้า สุข สนุกสนาน ซึ่งการอ่านเนื้อเพลง จะทำให้เราสามารถเลือกใช้น้ำเสียง Tone เสียงให้เหมาะกับบทเพลงได้
2. ฟังทำนองของบทเพลง เพื่อให้เกิดความเคยชิน และสามารถรับรู้ได้ถึงความหนักเบาของบทเพลง ในแต่ละท่อนได้ เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้ และกำหนดความหนัก-เบา (Dynamic) ของน้ำเสียงได้
3. หา Form ของเพลงในแต่ละเพลงว่ามีลักษณะอย่างไร มี Intro,Solo,Ending กี่ห้อง มีการจัดวางท่อนของบทเพลงอย่างไร เพลงที่จะร้องเป็นคีย์ใด มีระดับเสียงสูงหรือต่ำ เหมาะสมกับเสียงของเราหรือไม่
4. ซ้อม-เก็บรายละเอียดต่างๆ ที่จำเป็นในการร้องเพลง อาทิ การหายใจ น้ำเสียง เพื่อที่จะนำมาใช้จริงในบทเพลง เพื่อให้ได้การฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

การขับร้องเพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ

การขับร้องให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ นั้น หมายถึง การขับร้องให้ได้เสียงที่ชัดเจน ทั้งระดับเสียงที่คงที่ไม่แกว่ง ระดับความสูงต่ำของโน้ตที่ถูกต้องตามเมโลดี้ การควบคุมจังหวะในการร้องเพลง ความหมายที่ถ่ายทอดออกมา ฯลฯ
การสร้างเสียงให้ได้คุณภาพนั้นเราสามารถทำได้โดย เน้นให้เสียงแต่ละเสียงที่ถูกเปล่งออกมา เป็นไปตามขั้นตอนดังนี้
1.ขณะที่เราร้องเพลง ควรรู้สึกว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้น ให้ความรู้สึกที่พุ่งออกไปข้างหน้า (Projection) และมีจุดรวมกันอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งบนบริเวณใบหน้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย (Registration) แล้วแต่ Tone ของเสียงที่เราจะเปล่งออกมา Registration ของเสียงจะเปลี่ยนไปตาม Tone ของเสียงนั้นๆ แต่ควรระวังไม่ให้ Registration ของเสียงไปตกอยู่ที่ลำคอหรือจมูก เพราะจะทำให้เกิดอาการเกร็งไปโดยอัตโนมัติ ทำให้เสียงที่ได้เกิดความกระด้าง ไม่น่าฟัง

2.ควรยืนให้ลำตัวตรง (Hold body) หลังตรง ยืดอก ไหล่ผาย หน้าตรง ไม่เกร็งส่วนใดส่วนหนึ่ง เพื่อให้ปอด กระบังลม ลำคอ ปาก ลิ้น ขากรรไกร ทำงานได้อย่างสะดวก ปกติ และเต็มประสิทธิภาพ และนอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมให้เรา เป็นนักร้องที่มีบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย

3.คิดถึงบรรยากาศ สร้างจินตนาการ (Imagination) ตามความหมายของเนื้อเพลงเพื่อให้เสียงที่เปล่งออกมา สามารถสื่ออารมณ์ได้อย่างมีชีวิตชีวา

4.ถ่ายทอดอารมณ์ตามบทเพลง เพลงแต่ละเพลง จะแสดงออกถึงความรู้สึกของผู้ประพันธ์เพลงต่างกัน ผู้ขับร้องจึงควรถ่ายทอดอารมณ์จากบทเพลงให้ถูกต้อง ตามความหมายของบทเพลงแต่ละเพลง เพลงรักก็ต้องร้องให้อยู่ในอารมณ์รัก สามารถใช้น้ำเสียงสื่อถึงความหมาย และอารมณ์ของบทเพลง ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตามได้ ดังนั้นก่อนที่นักร้องจะเริ่มทำการขับร้อง จึงควรศึกษาความหมายของบทเพลง ให้เกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง เพื่อที่จะสามารถขับร้องออกมา ได้ตามความหมายของบทเพลง

วิธีปฏิบัติเบื้องต้นที่ดีในการขับร้องเพลงไทยสากล

การขับร้องเพลงเดี่ยว จะแตกต่างกับการฝึกนักร้องประสานเสียง แต่ยังคงใช้หลักการฝึกร้องเพลงเหมือนกัน เพื่อพัฒนาเทคนิคการขับร้องและสร้างเสียงที่มีคุณภาพ ในการขับร้องประสานเสียงนั้น นักร้องต้องพยายามร้องให้เสียงกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นหมายถึงทุกคนจะต้องเปล่งเสียงพยัญชนะสระอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเทคนิคการร้องเหมือนกัน การสื่อความหมายของเพลง เข้าใจตรงกัน นอกเหนือจากที่จะต้องร้องให้พร้อมเพรียงกันในแนวเสียงเดียวกัน เพื่อให้สื่อความหมายของเพลงได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนการขับร้องเพลงเดี่ยว ควรปฏิบัติดังนี้

1. ท่าทางการยืน มีท่าทางที่ดี มั่นใจ ไม่เกรง ปล่อยตามสบาย แต่มั่งคง ซึ่งจะเอื้ออำนวยให้หายใจได้ถูกวิธีและร้องออกมาได้ดี

2. การหายใจและการควบคุมการใช้ลม ซี่โครง (rib) ให้ขยายออกได้อย่างสบายอก ไม่ยุบเมื่อหายใจออก หายใจไม่มีเสียงดัง ควบคุมลมหายใจได้ดี และให้คงขยายซี่โครงไว้ตลอดเวลาในขณะร้องเพลง

3. ร้องสระได้ชัดเจน สามารถร้องเพลงได้ชัด ทำรูปปากให้ถูกต้อง

4. ร้องพยัญชนะได้ชัดเจน ไม่เกร็งขากรรไกร ไม่เกร็งลิ้นและขยันปากได้คล่อง

5. ภาษาชัดเจน มีความสามารถในการร้องเพลงภาษาต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ถูกต้องตามหลักของภาษานั้นๆ 6. มีเสียงก้องกังวาน เข้าใจวิธีการทำให้เสียงมีความก้องกังวาน และรู้จักที่จะใช้เทคนิคการสั่นเสียงได้อย่างพอเหมาะพอดี

7. รู้จักเสียงของตนเอง รู้ขีดความสามารถของเสียงตนเอง รู้จักช่วงเสียงที่เหมาะสมของตน รู้จักข้อดีข้อเสียของตนอยู่ที่ใด จะนำมาใช้อย่างไร

8. รู้จักวิธีการฝึกซ้อม เข้าใจวิธีการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ รู้ขั้นตอนและวิธีการศึกษาเพลงอย่างละเอียด

9. รู้จักวิธีการตีความบทเพลง (Interpretation) สามารถตีความบทเพลงและถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้ถูกต้อง

10. แสดงได้ มีความสามารถที่จะนำเสนอ แสดงการขับร้องต่อหน้าผู้ชมด้วยความมั่นใจได้

11. ร้องประสานเสียงได้ นำความรู้ด้านทักษะการขับร้องเดี่ยวไปใช้ในการขับร้องปรานเสียงได้ โดยสามารถแยกแยะเทคนิคการเปล่งเสียงในการขับร้องเดียวและในการขับร้องกลุ่ม

12. รักษาสุขภาพ รักษาสุขลักษณะที่ดี กินอาหารถูกต้องตามโภชนาการ และดูแลรักษาสุขภาพรักษากล่องเสียง และรู้วิธีการขับร้องที่ไม่ทำลายเสียง

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ตัวอย่าง การนำเสนองานวิจัย (วีดิโอ)

>>ตัวอย่างการอัพโหลดไฟล์ วีดิโอ การนำเสนองานวิจัย..


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

โครงร่างการวิจัยเรื่อง การสร้างเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงไทยสากลเบื้องต้น หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2

1. ชื่อปัญหาการวิจัย
“การสร้างเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงเบื้องต้น หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2”

2. ความสำคัญของปัญหา
- การจัดการเรียนการสอนการศึกษานอกโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม กำหนดให้นักศึกษาที่มาพบกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆตลอดจนเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น ใบงาน ทดสอบย่อย กรต. โครงงาน แต่พบว่ากิจกรรมบางอย่างที่ต้องใช้ทักษะ เช่น หลักการขับร้องเพลงไทยสากล ที่ถูกต้องตามหลักสากล นักศึกษายังทำไม่ได้ ซึ่งในการขับร้องเพลงไทยนั้น ผู้เรียนจะต้องมีความสามารถในการกล้าแสดงออกและเอาใจใส่ในการฝึกฝน จึงจะทำให้การเรียนนั้นเกิดประสิทธิผลได้

3. วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อสร้างเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลง
2. เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการขับร้องเพลงของนักศึกษา ก่อนและหลังได้เอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลง

4. ตัวแปรที่ศึกษา
......................................................................-.........................................................................................
................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

5. นิยามคำศัพท์เฉพาะ
นักศึกษา กศน. หมายถึง นักศึกษานอกโรงเรียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการเรียนแบบ
พบกลุ่ม ระดับ ม.ปลาย และลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 2/2552 ลงทะเบียนเรียนหมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2
ชุดกิจกรรม หมายถึง ชุดเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงไทยสากลเบื้องต้น หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2

6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
6.1 ได้ชุดเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลง
7. วิธีดำเนินการวิจัย / วิธีดำเนินการแก้ปัญหา
7.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
ประชากร คือ นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ ระดับ ม.ปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 2/2552 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม จำนวน 40 คน หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2
กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติ ระดับ ม.ปลาย ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนที่ 2/2552 วิธีเรียนแบบพบกลุ่ม จำนวน 10 คน หมวดวิชาพัฒนาทักษะชีวิต 2
7.2 เครื่องมือที่ใช้
ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา
- ชุดเอกสารเสริมทักษะการขับร้องเพลงไทย
ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
7.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยใช้แบบ สังเกตพฤติกรรมผู้เรียน
เก็บรวบรวมข้อมูลจาก นักศึกษา กศน.ตำบลหนองญาติที่มาพบกลุ่ม จำนวน 10 คน
7.4 สถิติที่ใช้และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
- ค่าร้อยละ
- ค่าเฉลี่ย

8. แผนดำเนินการ
1. วางแผนและเขียนโครงร่าง 20-25 ธ.ค. 52
2. ปฏิบัติการตามแผน 20 ธ.ค. 52 – 25 ก.พ. 53
3. เก็บข้อมูล 15 ม.ค. – 20 ก.พ. 53
4. วิเคราะห์ 21 ก.พ. – 23 ก.พ. 53
5. สรุปผลและเขียนรายงาน 24 – 25 ก.พ. 5 3

9. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย
นายปรีชา นาโพธิ์ตอง

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553